เพราะอะไรการสั่งของจากจีนถึงนิยม?
การสั่งของจากจีนได้รับความนิยมอย่างมากในไทยและทั่วโลกด้วยเหตุผลหลักดังนี้
- ราคาถูกและต้นทุนต่ำ: สินค้าจีนส่วนใหญ่มักมีราคาถูก เนื่องจากจีนมีกำลังการผลิตขนาดใหญ่และต้นทุนแรงงานต่ำ ส่งผลให้ผู้ค้าปลีกนำเข้าสินค้าจากจีนมาขายด้วยราคาสุดคุ้ม สามารถสร้างกำไรต่อชิ้นได้สูงกว่า.
- สินค้าหลากหลาย ครอบคลุมทุกหมวดหมู่: จีนมีโรงงานและบริษัทการค้าจำนวนมาก ทำให้สินค้าที่ผลิตออกมามีความหลากหลาย ตั้งแต่แฟชั่น เครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถึงสินค้าเฉพาะกลุ่ม จึงตอบโจทย์ทั้งธุรกิจขนาดใหญ่และรายย่อย.
- คุณภาพและนวัตกรรมดีขึ้น: ปัจจุบัน สินค้าจีนมีคุณภาพดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายแบรนด์ระดับโลกเลือกใช้โรงงานจีนในการผลิต ตัวอย่างเช่น สมาร์ทโฟน รองเท้ากีฬา หรือแม้แต่สินค้าเทคโนโลยีใหม่ๆ.
- กำลังผลิตสูง รองรับออเดอร์จำนวนมาก: จีนสามารถผลิตสินค้าในปริมาณมากได้อย่างรวดเร็ว ตอบสนองความต้องการของตลาดโลกและลดปัญหาของขาดสต็อก.
- ช่องทางการสั่งซื้อสะดวก: มีเว็บไซต์และแอปพลิเคชันให้เลือก เช่น Taobao, 1688, Tmall สามารถสั่งซื้อได้ง่ายจากทุกที่ ไม่ต้องเดินทางไปถึงจีน มีบริการขนส่งทั้งทางรถ ทางเรือ และบริษัทชิปปิ้งที่ครบวงจร.
- อัตราภาษีนำเข้าต่ำ/ไม่มี (ตามข้อตกลง ACFTA): หลายหมวดสินค้าได้รับสิทธิ์ปลอดภาษีหรือเสียภาษีต่ำ ทำให้สินค้าจีนถูกลงไปอีก จึงแข่งขันกับสินค้าตลาดอื่นได้.
- ช่วยให้เริ่มต้นธุรกิจได้ง่าย: ทั้งพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์หรือรายย่อย สามารถเริ่มนำเข้าสินค้าจีนได้โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนสูง และมีบริการครบทุกขั้นตอนจนถึงหน้าบ้าน
ราคาค่าส่งสินค้าจากจีน
ราคาค่าส่งสินค้าจากจีนมาไทย จะคิดตาม “น้ำหนักจริง” หรือ “น้ำหนักปริมาตร” (น้ำหนักตามขนาดกล่อง) แล้วแต่ข้อใดสูงกว่า โดยนำไปคูณกับอัตราค่าขนส่งของแต่ละวิธีและผู้ให้บริการที่เลือก.
อัตราค่าขนส่ง
- ขนส่งทางอากาศ: ราคาโดยทั่วไปเริ่มต้นที่ประมาณหลักร้อยบาทต่อกิโลกรัม ขึ้นกับปลายทางและผู้ให้บริการ
- ขนส่งทางเรือ: มักเหมาะกับสินค้าปริมาณมาก ราคาถูกกว่าทางอากาศ และต้องสอบถามราคากับผู้ให้บริการรายกรณี.
ทั้งนี้ ราคาสุดท้ายจะขึ้นกับ:
- รูปแบบขนส่ง (อากาศ/เรือ)
- น้ำหนักและขนาดกล่อง
- ประเภทสินค้า
- เงื่อนไขบริการ (เช่น Door-to-Door, FOB, ฯลฯ)
คำแนะนำ: ควรสอบถามราคาจริงกับบริษัทขนส่งทุกครั้ง พร้อมแจ้งรายละเอียดขนาด น้ำหนัก และประเภทธุรกิจเพื่อรับราคาที่แม่นยำที่สุด
คำนวณอย่างไร
การคำนวณค่าขนส่งสินค้าจากจีน มีขั้นตอนหลักดังนี้
- วัดขนาดกล่องสินค้า
ใช้หน่วยเซนติเมตร (ซม.) วัดความกว้าง x ยาว x สูง ของกล่อง - คำนวณน้ำหนักปริมาตร
สูตรที่นิยมใช้คือ - กว้าง (ซม.)×ยาว (ซม.)×สูง (ซม.)÷6000=น้ำหนักปริมาตร (กิโลกรัม)
- กว้าง (ซม.)×ยาว (ซม.)×สูง (ซม.)÷6000=น้ำหนักปริมาตร (กิโลกรัม)
- หรือบางกรณีอาจใช้หาร 5000 ขึ้นกับผู้ให้บริการ
- เปรียบเทียบน้ำหนักจริงกับน้ำหนักปริมาตร
เลือกค่าน้ำหนักที่สูงกว่าระหว่าง “น้ำหนักจริง” (ชั่งกิโล) กับ “น้ำหนักปริมาตร (กก.)” เพื่อใช้เป็นฐานในการคิดค่าขนส่ง - คิดค่าขนส่ง
- ค่าขนส่ง (บาท)=น้ำหนักที่ใช้คิด (กิโลกรัม)×อัตราค่าขนส่ง (บาท/กก.)
- ค่าขนส่ง (บาท)=น้ำหนักที่ใช้คิด (กิโลกรัม)×อัตราค่าขนส่ง (บาท/กก.)
- โดยอัตราค่าขนส่งขึ้นกับเส้นทาง ขนส่งแบบเรือหรืออากาศ และประเภทบริการ
ตัวอย่าง
สมมติกล่องขนาด 50 x 60 x 75 ซม.
น้ำหนักจริง 20 กก.
น้ำหนักปริมาตร = 50 x 60 x 75 ÷ 6000 = 37.5 กก.
ต้องใช้ “37.5 กก.” ในการคิดค่าขนส่ง (เพราะน้ำหนักปริมาตรมากกว่าน้ำหนักจริง)
สั่งของจากจีน ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง
การสั่งของจากจีนเข้ามาไทย ต้องเสียภาษีหลัก ๆ ดังนี้
- ภาษีอากรขาเข้า (Import Duty)
เป็นภาษีที่เรียกเก็บจากสินค้านำเข้า โดยอัตราภาษีขึ้นอยู่กับประเภทของสินค้า (กำหนดโดย HS Code) สินค้าส่วนใหญ่มีอัตราภาษีแตกต่างกัน บางประเภทอาจอยู่ที่ 10-30% หรืออาจสูงกว่านั้น เช่น รองเท้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ- การคำนวณ จะใช้มูลค่า CIF (ราคาสินค้า + ค่าขนส่ง + ค่าประกันภัย) เป็นฐานในการคำนวณภาษี
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7%
หลังจากคำนวณภาษีอากรขาเข้าแล้ว ต้องนำฐานมูลค่ารวม (CIF + อากรขาเข้า) ไปคำนวณ VAT อีก 7%
ตัวอย่างการคำนวณ (โดยสังเขป):
- คำนวณภาษีอากรขาเข้า:
ภาษีอากรขาเข้า = อัตราภาษี (%) x มูลค่า CIF - คำนวณ VAT:
VAT = 7% x (มูลค่า CIF + อากรขาเข้า) - ภาษีหรือค่าธรรมเนียมอื่น ๆ (เฉพาะบางสินค้า)
- สินค้าบางประเภท เช่น แอลกอฮอล์ น้ำมัน เพชรพลอย รถยนต์ ฯลฯ อาจโดนภาษีสรรพสามิตหรือภาษีบริโภค (Consumption Tax) เพิ่มเติม
- ต้องตรวจสอบ HS Code และเงื่อนไขเฉพาะของสินค้านั้น ๆ
- ยกเว้นภาษีนำเข้า
- หากค่าสินค้ารวมค่าส่งและประกันภัย (CIF) ไม่เกิน 1,500 บาท จะได้รับการยกเว้นภาษีอากรขาเข้า แต่ยังต้องเสีย VAT
สรุปสั้น ๆ:
- ค่าสินค้ารวม มูลค่าเกิน 1,500 บาท = จ่าย ภาษีอากรขาเข้า + VAT 7%
- สินค้าบางประเภทอาจมีภาษีอื่นเพิ่มเติม ขึ้นกับประเภทสินค้า
- ฐานภาษีคำนวณจากยอดรวม CIF
- การรู้ HS Code จะช่วยคำนวณภาษีล่วงหน้าได้แม่นยำ
วิธีสั่งของจากจีนเบื้องต้น
วิธีสั่งของจากจีนเบื้องต้น มีขั้นตอนหลักที่ควรปฏิบัติดังนี้
- เลือกสินค้าที่ต้องการนำเข้า
ศึกษาว่าสินค้าแบบใดที่ต้องการ แล้วค้นหาแหล่งขายหรือโรงงานในจีน โดยนิยมใช้แพลตฟอร์มเช่น 1688, Taobao, Alibaba ในการค้นหาและเปรียบเทียบสินค้า. - ตรวจสอบรายละเอียดและเปรียบเทียบราคา
พิจารณาเปรียบเทียบคุณภาพ ราคา เงื่อนไขการขาย และเจรจากับผู้ขาย หากต้องการลดความเสี่ยง เลือกซัพพลายเออร์ที่มีความน่าเชื่อถือและมีรีวิวดี. - พูดคุยและตกลงกับผู้ขาย
ติดต่อสอบถามข้อมูลสินค้า เงื่อนไขการชำระเงิน วิธีขนส่ง และข้อจำกัดต่าง ๆ ให้ครบถ้วนก่อนสั่งซื้อ. - เลือกวิธีจัดส่ง
วิธีขนส่งหลักคือขนส่งทางอากาศ (รวดเร็ว เหมาะกับของเร่งด่วน) และขนส่งทางเรือ (เหมาะกับของเยอะและประหยัดต้นทุน). พิจารณาเลือกให้เหมาะกับชนิดและปริมาณสินค้า - จัดเตรียมเอกสารและชำระเงิน
ชำระค่าสินค้าและค่าขนส่ง พร้อมจัดเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน เช่น ใบกำกับสินค้า (Invoice), รายการบรรจุ (Packing List), สำเนาบัตรประชาชน และเอกสารที่เกี่ยวข้อง. - รอรับสินค้าและตรวจสอบสถานะ
เมื่อสินค้าถูกส่งออกแล้ว สามารถติดตามสถานะการจัดส่งไปจนถึงประเทศไทย. - ดำเนินพิธีการศุลกากรและรับสินค้า
เมื่อนำเข้าสินค้าอาจต้องดำเนินพิธีการศุลกากร และชำระภาษีนำเข้า/ภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมูลค่าและประเภทสินค้า (ถ้านำเข้ามูลค่าเกิน 1,500 บาท ต้องเสียภาษีนำเข้าและ VAT 7%)
เลือก SCIC เป็นผู้ช่วยในการสั่งของจากจีนให้คุณ
เลือก SCIC เป็นผู้ช่วยในการสั่งของจากจีนให้คุณ เหมาะสำหรับทั้งบุคคลทั่วไปและธุรกิจที่ต้องการความรวดเร็ว ปลอดภัย และครบทุกขั้นตอน ด้วยบริการ “One Stop Service” ที่ดูแลตั้งแต่ต้นทางจนถึงสินค้าถึงไทย โดยจุดเด่นของ SCIC ได้แก่
- ดูแลครบกระบวนการ
SCIC ช่วยเหลือเรื่องการเลือกหาแหล่งซื้อที่น่าเชื่อถือทั้งจาก 1688, Taobao, Alibaba ตลอดจนจัดการเรื่องสั่งซื้อ ขนส่งระหว่างประเทศ พิธีการศุลกากร และจัดส่งถึงมือในไทยอย่างมืออาชีพ. - ที่ปรึกษามืออาชีพ
มีผู้เชี่ยวชาญและทีมงานที่มีประสบการณ์ คอยให้คำแนะนำทุกขั้นตอน ทั้งเรื่องภาษี เทคนิคการซื้อ และเอกสารที่จำเป็น ลดความเสี่ยงและความยุ่งยากสำหรับผู้ที่ไม่ชำนาญด้านนำเข้า - เน้นความปลอดภัยและโปร่งใส
รายละเอียดสถานะการจัดส่งสามารถติดตามได้จริง สินค้าเข้ามาถึงไทยภายในเวลาที่ประเมิน (ทางอากาศ 3-7 วัน, ทางเรือ 12-15 วัน). และหากติดศุลกากรจะมีเจ้าหน้าที่คอยประสานงานจนเสร็จสิ้น. - ตอบโจทย์ทุกขนาดธุรกิจ
SCIC เหมาะกับทั้งธุรกิจรายย่อย, SME, อีคอมเมิร์ซ ไปจนถึงผู้นำเข้าเจ้าใหญ่ ด้วยบริการที่ยืดหยุ่น พร้อมเครือข่ายพันธมิตรทั้งในจีน ไทย อินเดีย และอีกกว่า 70 ประเทศทั่วโลก. - บริการคิดค่าใช้จ่ายและภาษีครบถ้วน
ให้คำแนะนำเรื่องการคำนวณต้นทุน ภาษีนำเข้า และ VAT อย่างถูกต้องและตรวจสอบได้ เช่น หากสั่งสินค้าจากจีนราคาต่ำกว่า 1,500 บาท ได้รับสิทธิ์ยกเว้นภาษีนำเข้า.
การเลือก SCIC เป็นผู้ช่วยในการสั่งของจากจีน ช่วยให้คุณประหยัดเวลา ลดความเสี่ยงด้านเอกสารและศุลกากร และมั่นใจว่าสินค้าจะเดินทางถึงมือคุณอย่างรวดเร็วและปลอดภัย
ข้อที่ควรระวังในสั่งสินค้าจากจีน
ข้อที่ควรระวังในการสั่งสินค้าจากจีน มีดังนี้
- ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ขายหรือบริษัทนำเข้า
เลือกซัพพลายเออร์ที่มีประวัติดี ตรวจสอบรีวิวและความน่าเชื่อถือ ลดโอกาสถูกโกงหรือได้สินค้าที่ไม่ตรงปก. - ศึกษาข้อกำหนดด้านภาษีและอากรนำเข้า
หากมูลค่าสินค้าเกิน 1,500 บาท ต้องเสียภาษีนำเข้าตาม HS CODE และ VAT 7% ดังนั้นต้องวางแผนค่าใช้จ่ายและเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน. - ตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานของสินค้า
ดูรายละเอียดสินค้า รูปภาพ รีวิว และสอบถามข้อมูลให้แน่ชัดก่อนสั่งซื้อ เพื่อลดปัญหาสินค้าไม่ได้มาตรฐานหรือเสียหาย. - เตรียมเอกสารให้ครบและถูกต้อง
หากเอกสารนำเข้าสินค้าไม่ครบถ้วน อาจส่งผลให้ผ่านขั้นตอนศุลกากรล่าช้า ติดค้างหรือต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ควรเช็กเอกสารเช่น ใบกำกับสินค้า, Packing List, และเอกสารศุลกากรที่เกี่ยวข้องล่วงหน้า. - เลือกใช้บริการขนส่งที่น่าเชื่อถือและเข้าใจค่าใช้จ่าย
เลือกบริษัทขนส่งหรือชิปปิ้งที่โปร่งใสและแจ้งค่าขนส่ง/ค่าบริการชัดเจน รวมถึงคำนวณน้ำหนักจริงและน้ำหนักปริมาตรเพื่อเปรียบเทียบค่าขนส่งที่ถูกต้อง. - ตรวจสอบระยะเวลาและขั้นตอนนำเข้า
โดยเฉพาะหากสินค้าติดศุลกากร อาจใช้เวลา 3-7 วัน หากเอกสารครบ แต่หากขาดอาจล่าช้าออกไปอีก.
ควรมีการวางแผน ละเอียดรอบคอบในทุกขั้นตอน เพื่อลดความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นเมื่อนำเข้าสินค้าจากจีน
FAQ คำถามที่พบบ่อยของการสั่งของจากจีน
สั่งของจากจีนใช้เวลากี่วันถึงไทย?
ขึ้นอยู่กับรูปแบบการขนส่ง
- ขนส่งทางรถ: ประมาณ 5-7 วัน หลังสินค้ามาถึงโกดังที่จีน
- ขนส่งทางอากาศ: โดยทั่วไป 3-7 วัน เร็วที่สุดในบรรดาวิธีขนส่ง
- ขนส่งทางเรือ: ใช้เวลาระหว่าง 5–10 วัน หรือบางกรณีอาจถึง 15–20 วัน ขึ้นกับเส้นทาง, ขั้นตอนจัดการ, และเอกสาร
หากสินค้าติดศุลกากร จะใช้เวลาตรวจสอบและดำเนินการเพิ่มอีก 3–7 วัน
- ต้องมีบัญชี Alipay หรือไม่?
- หากคุณสั่งซื้อเองจากแพลตฟอร์มจีน เช่น 1688, Taobao, Tmall จำเป็นต้องมีบัญชี Alipay (หรือ WeChat Pay) เพื่อใช้ชำระเงินกับผู้ขายจีน
- หากใช้บริการบริษัทชิปปิ้ง/นำเข้า เช่น SCIC จะ ไม่จำเป็นต้องมีบัญชี Alipay บริษัทมีบริการฝากจ่ายค่าสินค้า/ค่าขนส่งครบวงจรให้
- สินค้าประเภทไหนห้ามนำเข้า?
- สินค้าผิดกฎหมาย เช่น อาวุธ วัตถุอันตราย สารเสพติด
- สินค้าที่อยู่ในกลุ่มควบคุม เช่น สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ สินค้าที่รัฐบาลห้ามนำเข้า
- สินค้าบางประเภทอาจต้องมีใบอนุญาตเฉพาะหรือผ่านมาตรฐาน เช่น อาหาร ยา เวชภัณฑ์ เครื่องสำอาง
- ตรวจสอบรายการต้องห้ามกับบริษัทนำเข้า หรือดูกฎหมายไทย-จีนก่อนนำเข้าเสมอ
- ส่งสินค้ามีขั้นต่ำไหม?
- โดยทั่วไป ไม่มีขั้นต่ำ สำหรับการสั่งพัสดุหรือสินค้าทั่วไป (สามารถสั่งจำนวนน้อยได้)
- สำหรับบางบริการ (เช่น คาร์โก้ หรือขนส่งทางทะเล) อาจกำหนดน้ำหนักขั้นต่ำ เช่น 0.5 กก. หรือ 5 กก. ขึ้นอยู่กับประเภทบริการและบริษัทที่เลือก


