ขนาดกล่องพัสดุ มีกี่รูปแบบ
กล่องพัสดุโดยทั่วไปมีหลายรูปแบบที่ใช้ตามลักษณะสินค้าและการใช้งานหลัก ๆ ดังนี้
- กล่องไปรษณีย์ฝาชน (Standard Postal Boxes)
ทำจากกระดาษลูกฟูก 3 ชั้น นิยมใช้สำหรับส่งพัสดุทั่วไป มีขนาดมาตรฐานหลายขนาด เช่น เบอร์ 00, 0, A, B, C, D, E, F, G, H, I เป็นต้น ซึ่งแต่ละขนาดเหมาะกับสินค้าขนาดและน้ำหนักต่างกัน - กล่องลูกฟูกหนา 5 ชั้น
ใช้สำหรับสินค้าที่ต้องการความแข็งแรงสูง เช่น สินค้าหนักหรือส่งระยะไกล กล่องขนาดใหญ่ เช่น เบอร์ I มักเป็นกล่อง 5 ชั้นเพื่อปกป้องสินค้าได้ดี - กล่องทรงพิเศษ
เช่น กล่องทรงลูกบาศก์ (CD) สำหรับสินค้าทรงลูกบาศก์หรือชิ้นเล็กที่ต้องการความมั่นคง, กล่องทรงสูงสำหรับขวดหรือสินค้าทรงสูง, กล่องยาวสำหรับสินค้าทรงยาว เป็นต้น - กล่องของขวัญ/กล่องแพ็กเกจจิ้งสวยงาม
ใช้สำหรับบรรจุสินค้าของขวัญหรือสินค้าที่เน้นความสวยงามและภาพลักษณ์ เช่น เครื่องสำอาง ของชำร่วย. - กล่องพลาสติกหรือกล่องกันกระแทก
ใช้สำหรับสินค้าที่เปราะบางหรือมีมูลค่าสูง ต้องการการปกป้องสูงสุด.
ขนาดกล่องพัสดุ
ขนาดกล่องพัสดุที่ใช้ในการจัดส่งพัสดุมีหลายขนาดมาตรฐานที่นิยมใช้ในไทย โดยทั่วไปจะมีประมาณ 17 ขนาดหลัก ได้แก่
เบอร์กล่อง | ขนาด (ยาว x กว้าง x สูง) ซม. | ลักษณะ/หมายเหตุ |
00 (AAA) | 14 x 9.75 x 6 | ขนาดเล็กมาก |
0 (AA) | 17 x 11 x 6 | ขนาดเล็ก |
A (ก) | 20 x 14 x 6 | ขนาดเล็ก-กลาง |
A+6 | 20 x 14 x 12 | สูงกว่าขนาด A |
2A | 19 x 12 x 14 | ขนาดใกล้เคียง A แต่สูงกว่า |
B | 25 x 17 x 9 | ขนาดกลาง |
2B | 25 x 17 x 18 | สูงกว่าขนาด B |
C | 30 x 20 x 11 | ขนาดกลาง-ใหญ่ |
C+9 | 30 x 20 x 20 | สูงกว่าขนาด C |
CD | 15 x 15 x 15 | ทรงลูกบาศก์ |
D | 35 x 22 x 14 | ขนาดใหญ่ |
D7 | 35 x 22 x 9 | ต่ำกว่าขนาด D |
D+11 | 35 x 22 x 25 | สูงกว่าขนาด D |
E | 40 x 24 x 17 | ขนาดใหญ่ |
F | 45 x 30 x 20 | ขนาดใหญ่ |
G | 36 x 31 x 26 | ขนาดใหญ่ |
H | 45 x 41 x 35 | ขนาดใหญ่พิเศษ |
ขนาดกล่องพัสดุ กับประเภทการใช้งานที่เหมาะสม
การเลือกกล่องพัสดุที่เหมาะสมกับประเภทสินค้าและขนาดสินค้ามีความสำคัญอย่างมากเพื่อป้องกันความเสียหายและประหยัดค่าใช้จ่ายในการจัดส่ง
ประเภทกล่องพัสดุหลัก ๆ
- กล่องไปรษณีย์ฝาชนขนาดมาตรฐาน (A, B, C, D)
เหมาะสำหรับสินค้าทั่วไป เช่น เสื้อผ้า ของใช้ทั่วไป ที่ไม่ใหญ่มาก - กล่องขนของขนาดใหญ่ (เช่น ขนาด 56x33x41 ซม. หรือเบอร์ F, G, H)
เหมาะกับสินค้าขนาดใหญ่ เช่น เสื้อผ้าหลายชิ้น ของใช้ในบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก-กลาง - กล่องของขวัญ/ของชำร่วย (Gift Box)
เหมาะสำหรับจัดเซ็ตสินค้า เครื่องสำอาง หรือของฝากที่ต้องการความสวยงาม - กล่องทรงสูง (มี/ไม่มีหูหิ้ว)
เหมาะสำหรับสินค้าทรงขวด เช่น ไวน์ น้ำปลา น้ำผึ้ง หรือสินค้าทรงสูงอื่น ๆ - กล่องยาวสำหรับของทรงยาว
ใช้สำหรับต้นไม้ ของตกแต่งบ้านทรงยาว หรืออุปกรณ์กีฬา โดยมักใช้กล่องลูกฟูก 5 ชั้นเพื่อความแข็งแรง - กล่องใส่รองเท้า
มีหลายขนาดตามไซส์รองเท้า เหมาะกับการส่งรองเท้าออนไลน์ - ประเภทวัสดุกล่อง
เช่น กระดาษคราฟท์, กระดาษลูกฟูก, วัสดุรีไซเคิล, กล่องกระดาษแข็ง, กล่องพลาสติก ซึ่งเลือกตามความเหมาะสมกับสินค้าและความแข็งแรงที่ต้องการ
ข้อดีของการเลือกกล่องพัสดุให้ถูกขนาด
- ลดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง เนื่องจากค่าขนส่งมักคำนวณจากขนาดกล่อง (กว้าง x ยาว x สูง) หารด้วย 5000 เพื่อหาน้ำหนักปริมาตร การใช้กล่องที่พอดีกับสินค้า จะช่วยลดปริมาตรและน้ำหนักปริมาตร ทำให้ค่าขนส่งถูกลง1
- ป้องกันความเสียหายของสินค้า กล่องที่มีขนาดเหมาะสมช่วยลดการเคลื่อนที่ภายในกล่อง ลดโอกาสสินค้าชำรุดระหว่างการขนส่ง
- เพิ่มความสะดวกในการจัดเก็บและขนส่ง กล่องขนาดพอดีช่วยให้การจัดเรียงและขนส่งเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เกินขนาดที่ผู้ให้บริการกำหนด เช่น ไม่เกิน 50x50x50 ซม. ซึ่งช่วยให้ส่งสินค้าได้ง่ายและรวดเร็ว1
- ลดการใช้วัสดุบรรจุภัณฑ์เกินความจำเป็น ช่วยประหยัดทรัพยากรและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
กล่องพัสดุแบบไหน ที่คนนิยมใช้กัน
กล่องพัสดุที่นิยมใช้กันจะเป็นกล่องกระดาษลูกฟูก เพราะมีความแข็งแรง ทนทาน ช่วยป้องกันสินค้าจากการขนส่งได้ดี และยังมีขนาดที่เหมาะสมในการจัดส่ง เช่น ขนาดไม่เกิน 50x50x50 เซนติเมตร เป็นขนาดแนะนำสำหรับใช้ขนส่งระหว่างประเทศเพื่อความสะดวกและประหยัดค่าขนส่ง
กล่องประเภทนี้จึงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั้งในธุรกิจและการส่งของทั่วไป เพราะตอบโจทย์ทั้งเรื่องความปลอดภัยของสินค้าและความคุ้มค่าในการจัดส่ง
ขนาดกล่องพัสดุ มีผลกับค่าใช้จ่ายในการขนส่งอย่างไร
ขนาดกล่องพัสดุมีผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายในการขนส่ง เนื่องจากค่าขนส่งจะคำนวณจากน้ำหนักปริมาตร หากน้ำหนักปริมาตรมากกว่าน้ำหนักจริง จะใช้ค่าน้ำหนักปริมาตรในการคิดค่าขนส่ง ทำให้กล่องที่มีขนาดใหญ่แต่สินค้าหนักน้อย อาจมีค่าขนส่งสูงกว่ากล่องที่มีขนาดพอดี
ดังนั้น การเลือกขนาดกล่องพัสดุที่เหมาะสมกับขนาดและน้ำหนักของสินค้า จะช่วยลดน้ำหนักปริมาตรและทำให้ค่าขนส่งถูกลง เช่น สินค้าน้ำหนัก 5 กิโลกรัม กับกล่องขนาด 20x30x20 ซม. จะมีน้ำหนักปริมาตร 2.4 กิโลกรัม ซึ่งถ้าน้ำหนักจริงมากกว่าจะใช้ค่าน้ำหนักจริงในการคิดค่าขนส่ง
วิธีคำนวณค่าขนส่ง จากขนาดกล่องพัสดุและน้ำหนัก
- วัดขนาดกล่องพัสดุเป็นเซนติเมตร (กว้าง x ยาว x สูง)
- คำนวณน้ำหนักปริมาตรโดยใช้สูตร
น้ำหนักปริมาตร (กก.)=กว้าง×ยาว×สูง/5000
- เปรียบเทียบน้ำหนักปริมาตรกับน้ำหนักจริงของสินค้า
- ใช้น้ำหนักที่มากกว่าระหว่างน้ำหนักปริมาตรและน้ำหนักจริงในการคำนวณค่าขนส่ง
ตัวอย่างเช่น สินค้ามีน้ำหนักจริง 5 กิโลกรัม และขนาดกล่อง 20x30x20 ซม.
น้ำหนักปริมาตร = (20 x 30 x 20) / 5000 = 2.4 กิโลกรัม
ดังนั้นจะใช้ค่าน้ำหนักจริง 5 กิโลกรัมในการคิดค่าขนส่ง เพราะมากกว่าน้ำหนักปริมาตร
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม ที่เว็บไซต์ officemate


