เจาะลึกระยะเวลาขนส่ง: ส่งพัสดุจากจีน มาไทยกี่วัน? คู่มืออัปเดตสำหรับ B2B และ SME (ปี 2026)
สำหรับผู้ประกอบการที่ตั้งคำถามว่า ส่งพัสดุจากจีน มาไทยกี่วัน คำตอบจะแปรผันตามรูปแบบการขนส่ง (Logistics Mode) ที่คุณเลือกใช้งาน หากส่งผ่าน ทางอากาศ (Air Freight) จะใช้เวลาด่วนที่สุดเพียง 3-5 วัน หากเลือกขนส่ง ทางรถบรรทุกข้ามแดน (Cross-border Trucking) จะใช้เวลาประมาณ 5-7 วัน และหากเป็นการขนส่ง ทางเรือ (Sea Freight) จะใช้เวลาประมาณ 12-20 วัน (ขึ้นอยู่กับว่าเป็นแบบเหมาตู้ FCL หรือแชร์ตู้ LCL) ทั้งนี้ ระยะเวลาดังกล่าวคือ Lead Time โดยรวมที่ครอบคลุมถึงการทำพิธีการศุลกากรแล้ว ซึ่ง SCIC Group ในฐานะพาร์ทเนอร์ด้านโลจิสติกส์ของคุณ พร้อมการันตีความแม่นยำและบริหารเวลาให้ตรงตามแผนการผลิตของคุณอย่างสมบูรณ์แบบ
Key Takeaways: บทสรุปสำหรับผู้บริหาร Supply Chain
- Time is Money: การเลือกรูปแบบการขนส่งที่สอดคล้องกับความเร่งด่วน ช่วยปกป้องกระแสเงินสด (Cash Flow) ของบริษัทได้ดีกว่าการเน้นของถูกแต่ใช้เวลานาน
- ต้นทางมีผลต่อเวลา: สินค้าที่ส่งจากเมืองกวางโจว (Guangzhou) จะถึงไทยเร็วกว่าสินค้าที่มาจากเมืองเซี่ยงไฮ้ (Shanghai) หรือหนิงโป (Ningbo) โดยเฉลี่ย 3-5 วัน
- เอกสารคือตัวแปรลับ: ระยะเวลา Transit Time บนทะเลอาจใช้แค่ 7 วัน แต่ของอาจติดด่านศุลกากรไทยนานถึง 2 สัปดาห์ หากเอกสาร Commercial Invoice หรือ พิกัด HS Code ผิดพลาด
- SCIC One-Stop Service: ควบคุม Lead Time ได้แม่นยำที่สุดด้วยบริการเบ็ดเสร็จจุดเดียว ตั้งแต่รับของหน้าโรงงานจีนจนถึงหน้าโกดังในไทย
ส่งพัสดุจากจีน มาไทยกี่วัน ในแต่ละเส้นทางและโหมดการขนส่ง
การบริหารสินค้าคงคลัง (Inventory Management) ยุคใหม่ โดยเฉพาะระบบ Just-In-Time (JIT) จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลระยะเวลาขนส่งที่แม่นยำระดับวันต่อวัน การประเมินว่า ส่งพัสดุจากจีน มาไทยกี่วัน นั้น ไม่สามารถดูแค่ระยะเวลาที่เรือหรือรถวิ่งจริง (Transit Time) แต่ต้องคำนวณรวม “Lead Time ทั้งระบบ” ตั้งแต่การโหลดของ พิธีการศุลกากร จนถึงการกระจายสินค้า
ทีมงาน SCIC Group ขอจำแนกรายละเอียดและเจาะลึกโหมดการขนส่งหลัก เพื่อให้องค์กร B2B และ SME วางแผนได้อย่างเฉียบขาด:
1. การขนส่งทางอากาศ (Air Freight): ความเร็วคือแต้มต่อ
การขนส่งทางอากาศคือโหมดที่รวดเร็วและปลอดภัยที่สุด เหมาะสำหรับสินค้าน้ำหนักเบา มูลค่าสูง อะไหล่เครื่องจักรฉุกเฉิน หรือสินค้าแฟชั่น/เทคโนโลยีที่ต้องการทำตลาดให้ทันเทรนด์
- ระยะเวลาการเดินทางบนฟ้า (Flight Time): เพียงไม่กี่ชั่วโมง
- ระยะเวลารวมเบ็ดเสร็จ (Door-to-Door Lead Time): 3 – 5 วัน
- ข้อควรระวัง: มีต้นทุนค่าระวางสูงที่สุด และมีข้อจำกัดเรื่องน้ำหนักตามปริมาตร รวมถึงการห้ามโหลดสินค้าอันตรายบางประเภท (Dangerous Goods) หากไม่มีเอกสาร MSDS ที่ถูกต้อง
2. การขนส่งทางรถบรรทุกข้ามแดน (Cross-border Trucking): สมดุลแห่งเวลาและราคา
เป็นเส้นทางยอดนิยมสำหรับผู้ประกอบการไทย โดยเส้นทางหลักมักจะผ่านเวียดนามและลาว เข้าสู่ประเทศไทยทางด่านมุกดาหารหรือนครพนม เหมาะสำหรับสินค้าที่มีน้ำหนักปานกลางถึงหนัก และต้องการความรวดเร็วที่มากกว่าทางเรือ
- ระยะเวลารวมเบ็ดเสร็จ (Door-to-Door Lead Time): 5 – 7 วัน (สำหรับสินค้าจากตอนใต้ของจีน เช่น กวางโจว เซินเจิ้น)
- จุดเด่น: ประหยัดกว่าทางอากาศ และเร็วกว่าทางเรือเกือบ 3 เท่า มีความยืดหยุ่นสูงในการออกรถ
- ข้อควรระวัง: อาจเกิดความล่าช้าเล็กน้อยบริเวณด่านชายแดนในช่วงที่มีปริมาณรถหนาแน่น หรือช่วงฤดูมรสุม
3. การขนส่งทางเรือ (Sea Freight): กระดูกสันหลังของการนำเข้า B2B
หากคุณเป็นโรงงานอุตสาหกรรม หรือธุรกิจค้าส่งที่สั่งสินค้าจำนวนมหาศาล โหมดนี้คือทางเลือกที่บริหารต้นทุนได้ดีที่สุด แบ่งออกเป็น 2 ประเภทย่อย:
แบบเหมาตู้ (FCL – Full Container Load): คุณเช่าตู้คอนเทนเนอร์ทั้งตู้ (20ft หรือ 40ft) สินค้าจะถูกซีลปิดจากหน้าโรงงานจีน และเปิดอีกครั้งที่หน้าโรงงานคุณ
ระยะเวลารวมเบ็ดเสร็จ: 12 – 15 วัน
แบบแชร์ตู้ (LCL – Less than Container Load): เหมาะสำหรับสินค้าที่มีปริมาตร 1-15 CBM สินค้าของคุณจะถูกนำไปรวมกับลูกค้ารายอื่นในตู้เดียวกัน
ระยะเวลารวมเบ็ดเสร็จ: 15 – 20 วัน (ใช้เวลานานกว่า FCL เพราะต้องมีกระบวนการรอเปิดตู้และคัดแยกสินค้าที่สถานี CFS หน้าท่าเรือ)
หากคุณต้องการออกแบบ Supply Chain ให้มีความคุ้มค่าสูงสุด ทั้งในเรื่องของต้นทุนค่าระวาง โครงสร้างภาษี และต้องการเจาะลึกบริการขนส่งทางเรืออย่างละเอียด สามารถเข้าไปศึกษาเปรียบเทียบโหมดการขนส่งได้ที่บริการ การขนส่งสินค้าจากจีนมาไทยอย่างครบวงจร (Cargo Shipping from China to Thailand) ของเรา
ทำไมบางครั้งพัสดุถึงล่าช้า และทางออกของ SCIC Group
แม้ตารางเวลามาตรฐานจะระบุไว้ชัดเจน แต่บ่อยครั้งที่ผู้ประกอบการกลับพบว่าสินค้ามาถึงล่าช้ากว่ากำหนดไปเป็นสัปดาห์ ปัญหาเหล่านี้มักเกิดจากจุดบอดที่ผู้ให้บริการชิปปิ้งทั่วไปไม่สามารถอุดได้หมด:
- Pain Point 1: สินค้าติด Red Line ที่กรมศุลกากร การสำแดงราคาต่ำกว่าจริง (Under-invoicing) หรือการใช้พิกัด HS Code ผิดเพื่อหวังเลี่ยงภาษี จะทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ของศุลกากรล็อกสินค้าของคุณเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบเข้มงวด (Red Line) ทำให้ล่าช้าออกไปหลายวัน และเกิดค่าเช่าโกดัง (Demurrage) ที่แสนแพง SCIC Solution: เราคือผู้เชี่ยวชาญด้าน Customs Clearance แบบโปร่งใส (White Logistics) เรามีทีมงาน Pre-audit ตรวจสอบเอกสารตั้งแต่จีน เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลเป๊ะ 100% สำหรับการวางแผนภาษีในปีนี้ให้ปลอดภัยไร้ความเสี่ยง คุณสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จาก คู่มือสั่งของจากจีน 2026: เจาะลึกภาษีนำเข้าไทย
- Pain Point 2: วิกฤตตู้ขาดแคลนช่วง Peak Season ในช่วงเทศกาลตรุษจีน (Chinese New Year) หรือวันชาติจีน (Golden Week) ความต้องการส่งออกจะพุ่งสูงปรี๊ด หากไม่ได้จองระวางเรือล่วงหน้า สินค้าจะถูกทิ้งไว้ที่ท่าเรือ (Rolled Cargo) SCIC Solution: ด้วยเครือข่ายระดับโลก เรามีการทำสัญญาล่วงหน้า (Space Allocation) กับสายการเดินเรือชั้นนำ รับประกันได้ว่าสินค้าล็อตสำคัญของคุณจะได้ขึ้นเรือตามแผนที่วางไว้เสมอ
ตารางเปรียบเทียบระยะเวลาและต้นทุน: นำเข้าจากจีนสู่ไทย
| โหมดการขนส่ง (Mode) | ระยะเวลารวม (Lead Time) | ระดับต้นทุนค่าขนส่ง (Cost Level) | ความเหมาะสมทางธุรกิจ (Best For) |
|---|---|---|---|
| ✈️ ทางอากาศ (Air Freight) | 3 – 5 วัน | สูงที่สุด (High) | อะไหล่เครื่องจักรด่วน, สินค้าไอที, สินค้าแฟชั่นตามกระแส, ของตัวอย่างมูลค่าสูง |
| 🚛 ทางรถข้ามแดน (Truck) | 5 – 7 วัน | ปานกลาง (Medium) | สินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป, ของแต่งบ้าน, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, สินค้าจากจีนตอนใต้ |
| 🚢 ทางเรือ เหมาตู้ (Sea FCL) | 12 – 15 วัน | คุ้มค่าที่สุด (Lowest per unit) | เครื่องจักรหนัก, วัตถุดิบโรงงาน (Bulk), สินค้าปริมาณมากระดับตู้คอนเทนเนอร์ 20/40ft |
| 🚢 ทางเรือ แชร์ตู้ (Sea LCL) | 15 – 20 วัน | ต่ำ (Low) | ธุรกิจ SME ที่สั่งสินค้าไม่เต็มตู้ (1-15 CBM), สินค้าที่รอได้เพื่อประหยัดต้นทุนสูงสุด |
สิ่งที่คนมักพลาด “น้ำหนักตามปริมาตร (Volumetric Weight)”
คำถามที่ว่า ส่งพัสดุจากจีน มาไทยกี่วัน มีความสำคัญพอๆ กับคำถามที่ว่า “ค่าส่งจะบานปลายหรือไม่” สิ่งที่นักธุรกิจมือใหม่มักพลาดคือการตกหลุมพรางของ “น้ำหนักตามปริมาตร” สายการบินหรือสายการเดินเรือไม่ได้คิดราคาจากน้ำหนักจริงบนตาชั่งเสมอไป แต่จะเปรียบเทียบกับขนาดพื้นที่ที่กล่องนั้นกินที่ในระวางขนส่งด้วย
สูตรการคำนวณมาตรฐานสำหรับการขนส่งทางอากาศ (Air Freight):
สูตร:
(ความกว้าง x ความยาว x ความสูง เป็นเซนติเมตร) / 6000 = น้ำหนักตามปริมาตร (กิโลกรัม)
ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ: สมมติคุณสั่งพัสดุเป็น “เคสโทรศัพท์มือถือแบบมีกล่องใส” จำนวน 1 ลังจากเซินเจิ้น
- น้ำหนักจริงบนตาชั่ง (Actual Weight): 15 กิโลกรัม
- ขนาดของลังกระดาษ: 70 ซม. x 60 ซม. x 50 ซม.
- การคำนวณ: (70 x 60 x 50) / 6000 = 35 กิโลกรัม
- ผลลัพธ์: คุณจะถูกเรียกเก็บค่าขนส่งที่เรท 35 กิโลกรัม ไม่ใช่ 15 กิโลกรัม! เพราะกล่องของคุณกินพื้นที่ในเครื่องบินมากกว่าน้ำหนักจริง
เทคนิคจาก SCIC Group: ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราจะแนะนำให้ซัพพลายเออร์ที่จีนทำการ Repacking หรือลดพื้นที่สูญญากาศ (Dead Air) ในกล่องออกให้มากที่สุดก่อนจัดส่ง เพื่อช่วยคุณประหยัดค่าขนส่งได้อย่างมหาศาล ทั้งนี้ หากธุรกิจของคุณไม่ได้หยุดแค่การนำเข้า แต่มีแผนจะขยายตลาดส่งออกแฟชั่นหรือสินค้า B2B ไปยังเอเชียใต้ การบริหารน้ำหนักตามปริมาตรก็เป็นกฎเกณฑ์เดียวกัน คุณสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จาก วิธีคำนวณต้นทุนไทยไปอินเดีย (Thailand to India Shipping Cost) เพื่อเตรียมพร้อมสู่ตลาดโลก
สินค้าต้องห้ามและสินค้าควบคุม
ระยะเวลาการจัดส่งของคุณจะเป็นไปตามกำหนดการ ก็ต่อเมื่อสินค้าของคุณ “ถูกกฎหมาย” และมี “ใบอนุญาตครบถ้วน” เท่านั้น ก่อนเริ่มนำเข้า โปรดตรวจสอบ Checklist นี้ให้ดี:
สินค้าห้ามนำเข้าเด็ดขาด (ห้ามส่งโดยสิ้นเชิง):
- สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ของก๊อปปี้แบรนด์เนม (Counterfeit / IP Infringement)
- บุหรี่ไฟฟ้า (E-cigarettes) และน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า
- อาวุธ สารเสพติด และสื่อลามกอนาจาร
สินค้าควบคุมที่ต้องมีใบอนุญาตก่อนนำเข้า (ห้ามสั่งมามั่วๆ เด็ดขาด):
- เครื่องใช้ไฟฟ้า / สายชาร์จ / ปลั๊กไฟ / ของเล่นเด็ก: ต้องได้รับอนุญาตจาก สมอ. (มอก. / TISI) หากไม่มี สินค้าจะถูกยึดทำลายและโดนค่าปรับหนัก
- เครื่องสำอาง / อาหารเสริม / ยา / เครื่องมือแพทย์: ต้องได้รับการขึ้นทะเบียนจาก อย. (FDA Thailand) ล่วงหน้า
- แบตเตอรี่และ Power Bank: ถือเป็นสินค้าอันตราย (DG) ต้องใช้เอกสาร MSDS (Material Safety Data Sheet) และ UN38.3 Testing Report ทั้งทางเรือและทางอากาศ
- โดรนและอุปกรณ์สื่อสารบางชนิด: ต้องขออนุญาตจาก กสทช.
หากคุณไม่แน่ใจว่าสินค้าของตนติดเงื่อนไขข้อใด ส่งรายละเอียดมาให้ทีมงาน SCIC Group ตรวจสอบล่วงหน้าได้ฟรี! เพื่อให้ Supply Chain ของคุณไร้รอยต่อ 100%
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ส่งพัสดุจากจีน มาไทยกี่วัน หากเป็นของชิ้นเล็กจากแพลตฟอร์มออนไลน์ (เช่น Alibaba หรือ Taobao)?
หากคุณให้โรงงานในจีนส่งเข้าโกดังของ SCIC ที่กวางโจวหรืออี้อู และเลือกส่งมาไทยทางรถบรรทุก จะใช้เวลาประมาณ 5-7 วัน นับจากวันที่ของออกจากโกดังของเรา ถือเป็นความเร็วที่สมดุลกับต้นทุนที่สุดสำหรับธุรกิจ E-commerce หรือ SME
หากสินค้าติดด่านศุลกากร (Red Line) จะทำให้เวลาขนส่งดีเลย์ไปกี่วัน?
โดยปกติ หากเป็นแค่การเปิดตรวจดูสินค้าทั่วไป อาจล่าช้าเพิ่ม 2-3 วัน แต่หากมีความผิดพลาดเรื่องเอกสาร (เช่น HS Code ผิด, สำแดงราคาต่ำ) กระบวนการทำเรื่องชี้แจงและจ่ายค่าปรับอาจกินเวลาตั้งแต่ 7 วัน ถึง 1 เดือนเต็ม! ดังนั้นการทำเอกสารให้เป๊ะตั้งแต่ต้นทางแบบที่ SCIC ทำให้ลูกค้า คือทางออกที่ดีที่สุด
บริการแบบ Door-to-Door รวมระยะเวลาจัดส่งครอบคลุมถึงหน้าบ้านเลยหรือไม่?
ใช่ครับ ระยะเวลา 5-7 วัน (ทางรถ) หรือ 12-15 วัน (ทางเรือ FCL) ที่ SCIC Group แจ้งนั้น เป็นระยะเวลารวมตั้งแต่รับของที่หน้าโรงงานจีน จนถึงการจัดส่งด้วยรถบรรทุกหรือรถหกล้อถึงหน้าโกดังของคุณในประเทศไทย (เขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล)
มีบริการรวบรวมสินค้า (Consolidation) จากหลายๆ โรงงานในจีนก่อนส่งมาไทยไหม?
มีแน่นอนครับ เป็นบริการยอดฮิตสำหรับ B2B เรามีโกดังรับของที่จีน คุณสามารถสั่งของจากโรงงาน 5 แห่งให้มาส่งที่โกดังของเรา จากนั้นเราจะจับรวมเป็น 1 ชิปเม้นต์ (Consolidate) แล้วส่งมาไทยพร้อมกัน ช่วยประหยัดค่าเคลียร์เอกสารและค่าขนส่งได้อย่างมหาศาล
ช่วงเทศกาล 11.11 หรือ ตรุษจีน สินค้าจะล่าช้ากว่าปกติประมาณกี่วัน?
ช่วง Peak Season เช่น ตรุษจีน (กุมภาพันธ์) หรือ Golden Week (ตุลาคม) โรงงาน รถบรรทุกในจีน และท่าเรือจะหยุดทำการหรือทำงานน้อยลง ทำให้เกิดปัญหาตู้ขาดและพื้นที่ระวางเรือเต็ม ระยะเวลาขนส่งอาจดีเลย์เพิ่มขึ้น 7-14 วัน แนะนำให้ลูกค้าองค์กรวางแผนสั่งของ (Buffer Stock) ล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 เดือน
"บริการโลจิสติกส์ นำเข้า และส่งออก แบบครบวงจรเพื่อคุณ"
นำเข้า-ส่งออก สินค้า จีน-ไทย ได้ง่ายๆ











บริการของเรา
SCIC: พันธมิตรด้านโลจิสติกส์ระหว่างประเทศที่คุณไว้วางใจ


