Commercial Invoice (ใบกํากับสินค้าเชิงพาณิชย์) คืออะไร
Commercial Invoice (ใบกำกับสินค้าเชิงพาณิชย์) คือเอกสารสำคัญที่ใช้ในกระบวนการนำเข้า-ส่งออกสินค้า เป็นใบแจ้งรายละเอียดการซื้อขายระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ โดยมีข้อมูลสำคัญ เช่น
- รายละเอียดสินค้า (ชื่อสินค้า, จำนวน, น้ำหนัก, มูลค่า)
- ราคาสินค้าและเงื่อนไขการชำระเงิน
- ข้อมูลผู้ขายและผู้ซื้อ
- ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดส่ง เช่น วันที่ออกใบ, วิธีการขนส่ง, จุดส่งสินค้า
ใบ Commercial Invoice ใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินพิธีการศุลกากร เพื่อประเมินภาษีนำเข้าและตรวจสอบความถูกต้องของสินค้า นอกจากนี้ยังช่วยให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจสอบและอนุมัติการนำเข้าส่งออกได้อย่างรวดเร็ว
Commercial Invoiceสำคัญยังไง
Commercial Invoice มีความสำคัญอย่างมากในกระบวนการนำเข้าส่งออกสินค้า เนื่องจาก
- เป็นเอกสารหลักที่ใช้ในการ ประเมินมูลค่าซีไอเอฟ (CIF Value) เพื่อคำนวณภาษีนำเข้าและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เช่น ภาษีพื้นฐาน ภาษีตอบโต้ และค่าธรรมเนียมเทียบท่า โดยอัตราภาษีขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและรหัส HS Code
- ใช้เป็นหลักฐานยืนยันรายละเอียดการซื้อขาย เช่น ชื่อสินค้า จำนวน ราคา และเงื่อนไขการชำระเงิน ซึ่งจำเป็นสำหรับเจ้าหน้าที่ศุลกากรในการตรวจสอบและอนุมัติการนำเข้าส่งออก
- ช่วยให้กระบวนการพิธีการศุลกากรเป็นไปอย่างรวดเร็วและถูกต้อง ลดความล่าช้าและปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการนำเข้าส่งออก
ความแตกต่างจาก Proforma Invoice กับ Commercial Invoice
ความแตกต่างระหว่าง Proforma Invoice กับ Commercial Invoice มีดังนี้
ประเภทเอกสาร | จุดประสงค์หลัก | ลักษณะการใช้งาน | ความผูกพันทางกฎหมาย |
Proforma Invoice | เป็นเอกสารเสนอราคาเบื้องต้นให้ผู้ซื้อพิจารณา | ใช้สำหรับแจ้งรายละเอียดสินค้า ราคา และเงื่อนไขก่อนการสั่งซื้อจริง | ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย เป็นเพียงการเสนอราคาเท่านั้น |
Commercial Invoice | เป็นเอกสารยืนยันการซื้อขายจริงและใช้ในพิธีการศุลกากร | ใช้เป็นหลักฐานในการนำเข้าส่งออกสินค้าและประเมินภาษี | มีผลผูกพันทางกฎหมายและใช้เป็นหลักฐานทางการค้า |
สรุป:
Proforma Invoice คือใบเสนอราคาที่ใช้ก่อนการสั่งซื้อจริง ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย ขณะที่ Commercial Invoice คือใบกำกับสินค้าที่ยืนยันการซื้อขายจริง มีผลทางกฎหมายและใช้ในกระบวนการพิธีการศุลกากรและประเมินภาษีนำเข้า-ส่งออก.
ถ้าหากไม่มีใบ Commercial Invoice ได้ไหม
ไม่สามารถนำเข้าส่งออกสินค้าได้โดยไม่มีใบ Commercial Invoice เพราะใบนี้เป็นเอกสารสำคัญที่ใช้ในการดำเนินพิธีการศุลกากร เพื่อยืนยันรายละเอียดการซื้อขายสินค้าและประเมินภาษีนำเข้า-ส่งออก หากไม่มีใบ Commercial Invoice จะทำให้ไม่สามารถผ่านด่านศุลกากรได้ และอาจเกิดความล่าช้า หรือถูกปฏิเสธการนำเข้าส่งออกสินค้า
ดังนั้น การเตรียมใบ Commercial Invoice ที่ถูกต้องครบถ้วนจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการนำเข้าส่งออกสินค้าทุกครั้ง เพื่อให้กระบวนการเป็นไปอย่างราบรื่นและถูกต้องตามกฎหมาย
ใครเป็นผู้ที่ออก Commercial Invoice
ผู้ที่ออก Commercial Invoice คือผู้ขายหรือผู้ส่งออกสินค้า ซึ่งเป็นฝ่ายที่จัดทำเอกสารนี้เพื่อยืนยันการจำหน่ายและโอนกรรมสิทธิ์สินค้าระหว่างตนเองกับผู้ซื้อหรือผู้นำเข้า โดยเอกสารนี้จะออกหลังจากที่สินค้าถูกส่งออกหรือพร้อมส่งออกแล้ว และมักส่งให้ผู้ซื้อเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการชำระเงินและใช้ประกอบการผ่านพิธีการศุลกากร
โดยสรุป:
- Commercial Invoice ออกโดยผู้ขาย/ผู้ส่งออก
- ใช้เป็นเอกสารยืนยันการขายและรายละเอียดสินค้าที่ส่งออก
- มีข้อมูลสำคัญ เช่น รายการสินค้า จำนวน ราคา เงื่อนไขการชำระเงิน และข้อมูลผู้ขาย-ผู้ซื้อ
- ใช้ประกอบการผ่านพิธีการศุลกากรและการเรียกเก็บเงินจากผู้ซื้อ
ข้อมูลจากแหล่งอ้างอิงยืนยันว่า Commercial Invoice เป็นเอกสารที่ผู้ขายจัดทำและออกให้ผู้ซื้อหลังจากมีการส่งสินค้าแล้ว เพื่อใช้เป็นหลักฐานทางการค้าและบัญชี รวมถึงใช้ในการดำเนินพิธีการศุลกากร
ต้องใช้งาน Commercial Invoice เมื่อไหร่
- ใช้เป็นเอกสารหลักในการ ยืนยันการซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศ ระหว่างผู้ขาย (ผู้ส่งออก) กับผู้ซื้อ (ผู้นำเข้า)
- ใช้สำหรับ ผ่านพิธีการศุลกากร ทั้งในประเทศต้นทางและปลายทาง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจสอบรายละเอียดสินค้าและคำนวณภาษีนำเข้า-ส่งออก รวมถึงค่าธรรมเนียมต่าง ๆ
- ใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการ คำนวณมูลค่าภาษี เช่น มูลค่าสินค้า ต้นทุนการขนส่ง และเงื่อนไขการส่งมอบ (FOB, CIF ฯลฯ) เพื่อประเมินอัตราภาษีที่ต้องจ่าย
- ใช้เป็นหลักฐานสำหรับการ ยืนยันการชำระเงินระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในกรณีที่มีการชำระเงินผ่านธนาคาร เช่น Letter of Credit (L/C)
- ใช้ในกระบวนการขนส่งและโลจิสติกส์ เพื่อระบุรายละเอียดสินค้า เงื่อนไขการขาย และข้อมูลผู้ขาย-ผู้ซื้อ ซึ่งช่วยให้การจัดส่งและการจัดการสินค้าเป็นไปอย่างราบรื่น
มีข้อมูลอะไรในCommercial Invoiceบ้าง
ข้อมูลที่ต้องระบุใน Commercial Invoice ตามแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ประกอบด้วยหัวข้อหลัก ๆ ดังนี้:
- เลขที่ Invoice และวันที่ออก
เพื่อระบุเอกสารและเวลาที่ออกใบกำกับสินค้า - ชื่อและที่อยู่ของผู้ขาย (Seller/Exporter)
รวมถึงข้อมูลการติดต่อที่ชัดเจน - ชื่อและที่อยู่ของผู้ซื้อ (Buyer/Importer)
เพื่อระบุคู่สัญญาและผู้รับสินค้า - รายละเอียดสินค้า (Description of Goods)
อธิบายชื่อสินค้า รุ่น หรือรายละเอียดที่ชัดเจน - จำนวนสินค้า (Quantity) และหน่วยนับ (Unit of Measurement)
เช่น ชิ้น กิโลกรัม ลิตร เป็นต้น - รหัสสินค้า (HS Code หรือ Product Code)
เพื่อใช้ในการจัดประเภทภาษีศุลกากร - ราคาต่อหน่วย (Unit Price) และราคารวม (Total Price)
รวมถึงสกุลเงินที่ใช้ในการซื้อขาย - น้ำหนักสุทธิและน้ำหนักรวม (Net Weight & Gross Weight)
รวมถึงจำนวนหีบห่อหรือกล่อง (Number of Packages) - มูลค่ารวมของใบกำกับ (Total Invoice Value)
รวมราคาสินค้าทั้งหมด พร้อมค่าขนส่ง ค่าประกันภัย และค่าธรรมเนียมอื่น ๆ (ถ้ามี) - ข้อตกลงการค้า (Incoterms)
เช่น FOB, CIF, EXW เพื่อระบุความรับผิดชอบของผู้ขายและผู้ซื้อ - สถานที่ขนส่งสินค้า (Place of Shipment and Destination)
ระบุท่าเรือหรือสนามบินต้นทางและปลายทาง - ลายเซ็นและตราประทับของผู้ขาย/ผู้ส่งออก
เพื่อรับรองความถูกต้องของเอกสาร - เงื่อนไขการชำระเงิน (Payment Terms)
เช่น วิธีการชำระเงินและระยะเวลาการชำระเงิน - หมายเลขใบสั่งซื้อ (Purchase Order Number) และหมายเลขบิลขนส่ง (Bill of Lading Number) (ถ้ามี)
เพื่อใช้ติดตามและอ้างอิงเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรสามารถตรวจสอบสินค้า คำนวณภาษี และอนุมัติการนำเข้า-ส่งออกได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้ยังเป็นหลักฐานทางกฎหมายและการเงินระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายในธุรกรรมระหว่างประเทศ
สั่งของจากประเทศอะไรต้องใช้ Commercial Invoice บ้าง
คำตอบคือ ทุกประเทศที่มีการนำเข้าส่งออกสินค้าระหว่างประเทศ จะต้องใช้ใบ Commercial Invoice ในการทำธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศ เพราะเอกสารนี้เป็นหลักฐานสำคัญที่ศุลกากรของทั้งประเทศต้นทางและปลายทางใช้ตรวจสอบสินค้า เพื่อคำนวณภาษีนำเข้า-ส่งออก และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ รวมถึงใช้ยืนยันการชำระเงินและเงื่อนไขการซื้อขาย
เหตุผลที่ต้องใช้ Commercial Invoice ในทุกประเทศ ได้แก่
- เป็นหลักฐานยืนยันการซื้อขายระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ
- ระบุรายละเอียดสินค้า ปริมาณ ราคา และเงื่อนไขการส่งมอบ
- ใช้สำหรับการผ่านพิธีการศุลกากรในประเทศต้นทางและปลายทาง
- ช่วยให้การคำนวณภาษีและค่าธรรมเนียมถูกต้อง
- เป็นเอกสารที่ธนาคารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้ในการยืนยันธุรกรรมทางการเงิน เช่น การชำระเงินผ่าน Letter of Credit (L/C)
ดังนั้น ไม่ว่าจะสั่งของจากจีน ไทย อเมริกา ยุโรป หรือประเทศอื่น ๆ ก็ตาม หากเป็นการนำเข้าส่งออกสินค้าระหว่างประเทศ จะต้องมี Commercial Invoice เพื่อให้การทำธุรกรรมเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายและราบรื่นในการผ่านพิธีการศุลกากร
หากข้อมูลราคาไม่ถูกต้อง มีผลเสียอะไรบ้าง
หากข้อมูลราคาใน Commercial Invoice ไม่ถูกต้อง จะส่งผลเสียหลายประการ ดังนี้:
- เกิดความล่าช้าในการผ่านพิธีการศุลกากร เพราะเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบและอาจขอเอกสารเพิ่มเติมเพื่อยืนยันมูลค่าสินค้าที่แท้จริง
- เสี่ยงถูกเรียกเก็บภาษีและอากรเพิ่มเติม หากสำแดงราคาต่ำเกินไป เจ้าหน้าที่อาจเรียกเก็บภาษีที่ค้างชำระพร้อมค่าปรับ
- อาจถูกพิจารณาว่าเป็นการหลีกเลี่ยงภาษี ซึ่งเป็นความผิดร้ายแรงทางกฎหมาย อาจมีบทลงโทษและค่าปรับสูง
- ทำลายความน่าเชื่อถือของธุรกิจ เพราะเจ้าหน้าที่อาจติดต่อผู้รับ
คู่มือง่ายๆส่งไปต่างประเทศผ่านฉลุย คลิกศึกษาเพิ่มเติม
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม ที่เว็ปไซต์กรมศุลกากร


