ส่งออกสินค้าไปอังกฤษจากไทย ต้องทำอย่างไร? เอกสาร ภาษี และขั้นตอนปี 2026

export goods from Thailand to UK

Key Takeaways: ส่งออกสินค้าไปอังกฤษต้องรู้อะไรก่อน?

  • การส่งออกสินค้าไปอังกฤษ สำหรับธุรกิจต้องดูทั้งพิธีการส่งออกจากประเทศไทยและพิธีการนำเข้าฝั่ง UK โดยเตรียม Commercial Invoice, รายละเอียดสินค้า, HS/Commodity Code และเอกสารควบคุมให้ครบ
  • ผู้นำเข้า Commercial Goods เข้า England, Scotland หรือ Wales ต้องตรวจเรื่อง GB EORI, Customs Declaration, Commodity Code, VAT และ Customs Duty ก่อน Shipment ถึงปลายทาง
  • ควรเลือก Air Freight สำหรับสินค้าที่เร่งด่วนหรือมูลค่าสูง และ Sea Freight สำหรับสินค้า Heavy, Palletized หรือ Volume สูง โดยเปรียบเทียบจาก Total Landed Cost
  • ก่อนขอราคา ควรเตรียมชื่อสินค้า HS Code จำนวนกล่อง น้ำหนัก ขนาด มูลค่า Country of Origin, UK Postcode และ Incoterm เพื่อให้ประเมิน Freight และ Customs ได้แม่นยำ

ส่งออกสินค้าไปอังกฤษจากไทย ต้องทำอย่างไร?

การส่งออกสินค้าไปอังกฤษต้องเริ่มจากตรวจว่าสินค้าส่งออกจากไทยและนำเข้า UK ได้หรือไม่ จากนั้นจัดเตรียม Commercial Invoice, Export Declaration, HS/Commodity Code และเอกสารควบคุมที่เกี่ยวข้อง เลือก Air หรือ Sea Freight และกำหนดให้ชัดว่าใครเป็นผู้นำเข้าและรับผิดชอบ VAT, Customs Duty และพิธีการปลายทาง

การส่งสินค้าเพื่อการค้าแตกต่างจากการส่งพัสดุส่วนตัว เพราะ Commercial Shipment มีเรื่อง Customs Classification, Export Declaration, Importer Responsibility, VAT, Duty และเอกสารทางการค้าที่ต้องเชื่อมโยงกันตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง

ธุรกิจจึงไม่ควรเริ่มต้นจากคำถามว่า “ส่งไปอังกฤษกิโลละเท่าไหร่?” เพียงอย่างเดียว แต่ควรเริ่มจากคำถามว่า:

  • สินค้าคืออะไร?
  • ส่งออกจากไทยได้หรือไม่?
  • นำเข้า Great Britain ได้หรือไม่?
  • HS / Commodity Code คืออะไร?
  • ใครเป็น Importer of Record?
  • ใครรับผิดชอบ VAT และ Customs Duty?
  • ควรใช้ Air Freight หรือ Sea Freight?
  • Incoterm คืออะไร?

ส่งพัสดุธรรมดากับส่งออกสินค้าเพื่อขายต่างกันอย่างไร?

หัวข้อ พัสดุส่วนตัว Commercial Export
วัตถุประสงค์ ใช้ส่วนตัว / Gift ขาย ใช้ในธุรกิจ หรือนำเข้าเชิงพาณิชย์
Invoice อาจใช้ Customs Declaration ตามบริการ Commercial Invoice มีความสำคัญ
HS Code ยังเกี่ยวข้องกับ Customs ต้องจัด Classification อย่างจริงจัง
Importer ผู้รับทั่วไป ต้องกำหนด Importer Responsibility
VAT / Duty ขึ้นกับมูลค่าและประเภท Shipment ต้องวาง Tax / Landed Cost ตั้งแต่ก่อนขาย
Licence / Certificate ขึ้นกับสินค้า ต้องตรวจ Product Compliance โดยละเอียด

ขั้นตอนส่งออกสินค้าจากประเทศไทยไปอังกฤษ

STEP 1 — ตรวจสินค้าและข้อกำหนด

ตรวจว่าสินค้าอยู่ในกลุ่ม General Cargo, Restricted Goods หรือสินค้าเฉพาะที่ต้องมีใบอนุญาต Certificate หรือเอกสารเพิ่มเติม

ตัวอย่างกลุ่มที่ควร Pre-check ได้แก่:

  • อาหาร
  • ยาและอาหารเสริม
  • เครื่องสำอาง
  • สารเคมี
  • แบตเตอรี่
  • Dangerous Goods
  • พืชและเมล็ดพันธุ์
  • สินค้า Animal Origin
  • สินค้า Brand / Intellectual Property

STEP 2 — หา HS / Commodity Code

HS Code ใช้จำแนกสินค้าในการค้าระหว่างประเทศ ส่วนฝั่ง UK จะใช้ Commodity Code สำหรับ Customs Declaration และใช้ตรวจอัตรา Customs Duty, VAT รวมถึง Licence หรือ Import Restriction ที่เกี่ยวข้อง

STEP 3 — เตรียม Commercial Invoice

Commercial Invoice ควรระบุข้อมูลให้สอดคล้องกับ Transaction จริง เช่น:

  • Exporter / Seller
  • Importer / Buyer
  • Invoice Number และ Date
  • รายละเอียดสินค้า
  • Quantity
  • Unit Price
  • Total Value
  • Currency
  • Country of Origin
  • HS Code หากเหมาะสม
  • Incoterm

STEP 4 — เตรียม Packing Information

สำหรับ Cargo หลายกล่องหรือพาเลท ควรมีข้อมูล Package ที่ชัดเจน เช่น Number of Packages, Net Weight, Gross Weight และ Dimensions ของแต่ละ Package

STEP 5 — ทำพิธีการส่งออกประเทศไทย

สินค้าที่ส่งออกจากประเทศไทยอยู่ภายใต้การควบคุมของกรมศุลกากร โดยผู้ส่งออกหรือตัวแทนจะส่งข้อมูล Export Declaration ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าควบคุมอาจต้องมี Export Licence หรือ Supporting Document เพิ่มเติม

STEP 6 — เลือก Air Freight หรือ Sea Freight

เลือก Mode จากความเร่งด่วน น้ำหนัก ปริมาตร มูลค่า และ Required Delivery Date

STEP 7 — เตรียม Import Side ใน UK

ต้องกำหนดให้ชัดว่าใครเป็น Importer ใครทำ Customs Declaration มี EORI ที่เหมาะสมหรือไม่ และใครรับผิดชอบ VAT, Duty และ Destination Charges

Commercial Invoice สำคัญอย่างไร?

Commercial Invoice ไม่ใช่เพียงใบแจ้งราคาสำหรับ Buyer แต่เป็นหนึ่งในแหล่งข้อมูลหลักที่ Customs และ Logistics Provider ใช้เข้าใจ Transaction

Product Description จึงควรเฉพาะเจาะจง เช่น:

ไม่ควร: “Parts”

ควร: “Stainless Steel Machine Replacement Parts”

ไม่ควร: “Clothes”

ควร: “Men's Cotton T-shirts for Retail Sale”

ไม่ควร: “Food”

ควร: ระบุชนิดอาหารจริงพร้อมข้อมูลสินค้า

Packing List ต้องใช้ไหม?

สำหรับ Commercial Cargo โดยเฉพาะ Shipment หลายกล่องหรือหลาย Pallet การมี Packing List ที่เป็นระบบช่วยให้ตรวจสินค้าและประสาน Customs ได้ง่ายขึ้น

ควรระบุ:

  • Package Number
  • Contents
  • Quantity
  • Net Weight
  • Gross Weight
  • Dimensions
  • Marks / Numbers หากมี

HS Code กับ UK Commodity Code คืออะไร?

HS Code เป็นระบบจำแนกสินค้าระหว่างประเทศ ส่วน UK Trade Tariff ใช้ Commodity Code ที่ละเอียดขึ้นสำหรับพิธีการศุลกากรของ UK

Commodity Code มีผลต่อ:

  • Customs Duty Rate
  • VAT Treatment
  • Import Licence
  • Quota
  • Trade Measures
  • Certificate / Permit
  • ข้อมูลที่ต้องใส่ใน Customs Declaration

ดังนั้นธุรกิจที่ส่งสินค้าเป็นประจำควรทำ Product Master ที่มี Commodity Code ของแต่ละ SKU แทนการค้นหาใหม่ทุก Shipment

ผู้นำเข้าอังกฤษต้องมี EORI หรือไม่?

สำหรับธุรกิจที่นำสินค้าเข้า England, Scotland หรือ Wales GOV.UK ระบุว่าต้องมี EORI ที่ขึ้นต้นด้วย GB สำหรับการนำเข้าสินค้าภายใต้กระบวนการที่เกี่ยวข้อง

หาก Shipment เข้า Northern Ireland อาจต้องพิจารณา EORI ที่ขึ้นต้นด้วย XI และกฎอาจแตกต่างจาก Great Britain

ดังนั้นก่อนส่ง Commercial Cargo ควรถาม Buyer หรือ Consignee ว่า:

  • มี GB EORI แล้วหรือยัง?
  • มี UK VAT Registration หรือไม่?
  • ใครเป็น Customs Agent?
  • ใครจะทำ Import Declaration?
  • ใครรับผิดชอบ Import VAT และ Duty?

VAT และ Customs Duty สำหรับส่งออกสินค้าไปอังกฤษคิดอย่างไร?

VAT และ Customs Duty เป็นคนละส่วน และไม่ควรใช้กฎ £135 แบบเหมารวมว่า “ต่ำกว่า £135 ไม่เสียภาษี”

Consignment ไม่เกิน £135

ภายใต้กฎปัจจุบันสำหรับสินค้าที่ขายจากต่างประเทศตรงให้ผู้บริโภคใน Great Britain และเข้าเงื่อนไข Low-value Consignment ผู้ขายต่างประเทศโดยทั่วไปต้องจัดการ UK VAT ณ Point of Sale

ในฝั่ง Customs Duty สินค้า non-excise ที่มีมูลค่าไม่เกิน £135 โดยทั่วไปยังไม่มี Customs Duty ตามระบบปัจจุบัน

Consignment มากกว่า £135

เมื่อมูลค่าเกิน £135 จะเข้าสู่ Normal Import VAT และ Customs Rules โดย Duty ขึ้นอยู่กับ Commodity Code, Customs Value และ Origin ของสินค้า

กฎ £135 กำลังจะเปลี่ยนหรือไม่?

รัฐบาล UK ประกาศในเดือนกรกฎาคม 2026 ว่าจะยกเลิก Customs Duty Relief สำหรับ Low Value Imports และสร้าง Customs Arrangement ใหม่

แต่กฎดังกล่าวยังไม่ได้แทนที่ระบบปัจจุบันทั้งหมดในปี 2026 เพราะวันเริ่มใช้งานจริงจะถูกกำหนดผ่านกฎหมายลำดับรองและต้องไม่เกินเดือนตุลาคม 2028

ผู้ขายออนไลน์ที่ส่งเข้า UK ต่อเนื่องจึงควรติดตามกฎนี้ เพราะ Tax และ Customs Model สำหรับสินค้า Low-value จะเปลี่ยนในอนาคต

VAT ของ UK คือ 20% ทุกสินค้าหรือไม่?

ไม่ควรเหมารวมว่า Commercial Goods ทุกประเภทใช้ VAT 20%

UK มี Standard Rate 20% แต่สินค้าบางประเภทอาจอยู่ใน Zero-rated, Reduced-rated หรือ Exempt Treatment ตามกฎที่เกี่ยวข้อง

ตัวอย่างเช่นอาหารหลายประเภทสามารถเป็น Zero-rated VAT แต่ไม่ได้หมายความว่าอาหารทุกประเภทเป็น Zero-rated โดยอัตโนมัติ

ดังนั้นควรตรวจ Rate จากประเภทสินค้าจริงแทนการใส่ “UK VAT 20%” เป็นสูตรตายตัวใน Cost Sheet

Customs Value คืออะไร?

Customs Value คือมูลค่าที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณ Customs ตามกฎของ UK ซึ่งอาจไม่ใช่เพียงราคาสินค้าบน Invoice อย่างเดียวในทุกกรณี

ต้นทุนที่เกี่ยวข้อง เช่น Transportation, Insurance และค่าใช้จ่ายที่กำหนดตาม Customs Valuation Rules สามารถมีผลต่อฐานภาษีได้

ผู้ประกอบการจึงควรแยก:

  • Product Selling Price
  • Invoice Value
  • Customs Value
  • Freight Cost
  • Import VAT
  • Customs Duty

Incoterms มีผลต่อการส่งออกไปอังกฤษอย่างไร?

Incoterms ใช้กำหนด Responsibility ระหว่าง Seller และ Buyer ในเรื่อง Cost, Risk และจุดส่งมอบสินค้า

ประเด็น ควรตกลงก่อนส่ง
Freight ใครจ่ายค่าขนส่งหลัก
Insurance ใครจัดหาและรับผิดชอบ
Import Clearance Buyer หรือ Seller จัดการ
Duty / VAT ใครเป็นผู้รับผิดชอบ
Final Delivery Quote ครอบคลุมถึงจุดใด

ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่อยคือ Seller เสนอราคา “รวมส่งถึงอังกฤษ” แต่ไม่ได้กำหนดว่า Import VAT หรือ Customs Duty เป็นความรับผิดชอบของใคร ทำให้เกิดข้อโต้แย้งหลังสินค้าเดินทางถึงปลายทาง

Air Freight เหมาะกับการส่งออกสินค้าแบบไหน?

Air Freight เหมาะกับ:

  • สินค้าเร่งด่วน
  • สินค้ามูลค่าสูง
  • ตัวอย่างสินค้า
  • Seasonal Product
  • Fashion
  • Electronics
  • Critical Spare Parts
  • สินค้าที่มี Cost of Delay สูง

ข้อควรระวังคือ Air Freight อาจคิดจาก Actual Weight หรือ Volumetric Weight เพื่อกำหนด Chargeable Weight ดังนั้น Packaging มีผลต่อต้นทุนโดยตรง

Sea Freight เหมาะกับสินค้าแบบไหน?

Sea Freight เหมาะกับ:

  • หลายพาเลท
  • หลาย CBM
  • Machinery
  • Furniture
  • Raw Materials
  • สินค้า Wholesale
  • Oversized Cargo
  • Inventory ที่ Forecast ล่วงหน้าได้

Air Freight vs Sea Freight ส่งออกไปอังกฤษ

หัวข้อ Air Freight Sea Freight
ความเร็ว เร็ว ช้ากว่า
ต้นทุนต่อหน่วย สูงกว่าโดยทั่วไป ได้เปรียบเมื่อ Volume สูง
เหมาะกับ งานเร่งด่วน/มูลค่าสูง หนัก/ใหญ่/ปริมาณมาก
ฐานราคา Chargeable Weight CBM / LCL / FCL
Inventory Planning เติม Stock เร่งด่วน Stock ที่ Forecast ได้

Commercial Export ควรเลือก Door to Door หรือ Freight Only?

ขึ้นอยู่กับความพร้อมของ Importer

หาก Buyer มี Customs Broker และ Trucking Network อยู่แล้ว อาจใช้ Airport-to-Airport หรือ Port-to-Port ตามโครงสร้างงาน

แต่หาก Seller หรือ Buyer ต้องการ One-Stop Coordination การใช้ Door-to-Door สามารถครอบคลุม:

Pickup → Export Customs → International Freight → Import Customs → Destination Handling → Final Delivery

สิ่งสำคัญคือ Quote ต้องระบุ Scope ให้ชัด ไม่ควรใช้คำว่า Door to Door แล้วสันนิษฐานว่าทุก Charge รวมอยู่โดยอัตโนมัติ

สินค้าประเภทไหนควรตรวจ Compliance ก่อนส่งออกไปอังกฤษ?

สินค้า General Cargo เช่น เสื้อผ้าหรือสินค้าบริโภคบางประเภทอาจมีขั้นตอนตรงไปตรงมา แต่สินค้าบางกลุ่มต้อง Pre-check อย่างจริงจัง

อาหาร

ต้องตรวจส่วนประกอบ วัตถุประสงค์ Personal หรือ Commercial และ Food Import Rules โดยเฉพาะสินค้าที่มี Meat, Dairy หรือ Products of Animal Origin

เครื่องสำอาง

ต้องดูทั้ง Product Compliance และ Transport Classification โดย Perfume, Aerosol หรือสินค้าที่มี Alcohol สามารถมี Dangerous Goods Requirements เพิ่มเติม

ยาและอาหารเสริม

อาจอยู่ภายใต้กฎเฉพาะของ UK และต้องตรวจ Import / Product Requirements ก่อนส่ง

แบตเตอรี่และ Dangerous Goods

Lithium Battery, Chemical, Aerosol และ Flammable Goods ต้องผ่าน Transport Classification ที่ถูกต้อง โดยเฉพาะ Air Freight

พืชและสินค้าเกษตร

พืช เมล็ดพันธุ์ และสินค้าเกษตรบางประเภทสามารถต้องมี Phytosanitary Documentation หรือ Import Control

ส่งอาหารไปขายในอังกฤษต้องดูมากกว่า Freight

หากธุรกิจต้องการ ส่งของกินไปอังกฤษหรือส่งอาหารไปอังกฤษเพื่อจำหน่าย ไม่ควรนำกฎ Personal Parcel ไปใช้กับ Commercial Import โดยตรง

ต้องตรวจอย่างน้อย:

  • Food Product Classification
  • Ingredients
  • Allergens
  • Food Labelling
  • Importer Details
  • Commodity Code
  • Products of Animal Origin Status
  • Health Certificate หากเกี่ยวข้อง
  • IPAFFS / Border Control Requirement หากเกี่ยวข้อง

หากบทความนี้ต้องเชื่อมกับหัวข้ออาหาร สามารถ Internal Link ไปยังบทความ ส่งอาหารแห้งไปอังกฤษ เพื่อให้ผู้อ่านตรวจ Product-specific Compliance ต่อได้

ส่งเสื้อผ้าไปขายอังกฤษต้องเตรียมอะไร?

เสื้อผ้าเป็นหนึ่งในสินค้าที่ส่งออกได้บ่อย แต่ธุรกิจควรตรวจ:

  • Material
  • Commodity Code
  • Country of Origin
  • Declared Value
  • Brand / Trademark
  • Consumer Labelling ที่เกี่ยวข้อง
  • VAT Treatment

สำหรับ E-commerce ควรวางระบบ VAT และ Customs ตั้งแต่ก่อนรับ Order ไม่ใช่เริ่มจัดการหลังสินค้าออกจากไทยแล้ว

ส่งเครื่องจักรหรืออะไหล่ไปอังกฤษต้องเตรียมอะไร?

สำหรับ Industrial Cargo ควรเตรียม:

  • ชื่อเครื่องจักรหรือ Part ที่ชัดเจน
  • HS / Commodity Code
  • Material
  • Function / Use
  • Gross Weight
  • Dimensions หลังแพ็ก
  • Declared Value
  • Country of Origin
  • Battery / Oil / Liquid Status
  • Machinery Compliance ที่เกี่ยวข้อง
  • Forklift / Crane Requirement

ส่งสินค้าไปอังกฤษใช้เวลากี่วัน?

ระยะเวลาขึ้นอยู่กับ Mode และ Service Scope

สำหรับบริการพัสดุ Thailand→UK ของ SCIC Group หน้า Service ปัจจุบันระบุอังกฤษประมาณ 4–6 วัน สำหรับบริการ Door to Door ที่ระบุ

แต่ Commercial Air Freight หรือ Sea Freight ไม่ควรใช้ตัวเลขเดียวกับ Parcel Service โดยอัตโนมัติ เพราะ Transit Time ต้องดู Route, Cargo Type, Flight/Sailing Schedule, Customs และ Final Delivery ของ Shipment จริง

Checklist ขอราคาส่งออกสินค้าไปอังกฤษ

  1. ชื่อสินค้าอย่างละเอียด
  2. HS Code หากทราบ
  3. Country of Origin
  4. จำนวนสินค้า
  5. จำนวนกล่อง / Pallet / Crate
  6. Gross Weight ต่อ Package
  7. Dimensions ต่อ Package
  8. Total CBM หากเป็น Sea Freight
  9. Declared / Commercial Value
  10. UK City และ Postcode
  11. Importer / Buyer Details
  12. มี GB EORI หรือไม่
  13. Incoterm
  14. สินค้าเป็น Battery, Liquid, Chemical หรือ DG หรือไม่
  15. Cargo Ready Date
  16. Required Delivery Date
  17. ต้องการ Air, Sea หรือให้เปรียบเทียบทั้งสอง
  18. ต้องการ Door to Door หรือ Freight Only

ตัวอย่างข้อความขอ Quote สำหรับ Commercial Export

ตัวอย่าง:

ต้องการส่งเสื้อผ้าสำหรับจำหน่ายจากกรุงเทพฯ ไป London, UK จำนวน 12 กล่อง กล่องละประมาณ 20 กก. ขนาด 60 × 45 × 45 ซม. มูลค่าสินค้ารวม 180,000 บาท มี Commercial Invoice และ Buyer มี GB EORI แล้ว ต้องการ Air Freight Door to Door กรุณาเสนอ Estimated Transit Time พร้อมแยกรายการ Freight, Customs Clearance, Tax และ Destination Charges

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการส่งออกสินค้าไปอังกฤษ

  • ใช้ Product Description กว้างเกินไป
  • ใช้ HS Code โดยเดาจากสินค้าที่คล้ายกัน
  • ไม่ตรวจว่าผู้นำเข้ามี EORI หรือไม่
  • ไม่กำหนด Incoterm
  • ไม่ระบุว่าใครจ่าย VAT และ Duty
  • Declared Value ไม่สอดคล้องกับ Transaction
  • สินค้า Restricted แต่ตรวจหลัง Cargo Ready
  • เลือก Air/Sea จาก Freight Rate อย่างเดียว
  • ไม่รวม Destination Charges ใน Landed Cost
  • นำกฎ Personal Parcel มาใช้กับ Commercial Cargo

Total Landed Cost สำคัญอย่างไร?

Total Landed Cost ช่วยให้ธุรกิจเห็นต้นทุนจริงของสินค้าเมื่อถึงปลายทาง ไม่ใช่เพียงราคาค่าระวาง

สามารถประกอบด้วย:

  • Product Cost
  • Packaging
  • Pickup
  • Export Clearance
  • International Freight
  • Insurance
  • Customs Duty
  • Import VAT
  • Customs Clearance
  • Destination Handling
  • Final Delivery

หากธุรกิจใช้ Freight Rate อย่างเดียวตั้งราคาขาย มีความเสี่ยงที่ Margin จะหายหลัง Shipment ถึง UK

SCIC Group ช่วยส่งออกสินค้าไปอังกฤษอย่างไร?

SCIC Group ให้บริการ International Logistics สำหรับเส้นทางไทย–อังกฤษ ครอบคลุมตั้งแต่พัสดุ Door to Door ไปจนถึง Commercial Cargo และสามารถประเมิน Air Freight หรือ Sea Freight ตามน้ำหนัก ปริมาตรและ Deadline ของ Shipment

สำหรับ Commercial Cargo สามารถดู บริการ Cargo ไทยไปอังกฤษและยุโรปของ SCIC Group

สำหรับพัสดุขนาดเล็กถึงกลาง สามารถดู บริการส่งพัสดุไทยไปอังกฤษ Door to Door

สรุป: ส่งออกสินค้าไปอังกฤษอย่างไรให้ Customs และ Logistics เดินได้ราบรื่น?

การส่งออกสินค้าไปอังกฤษให้มีประสิทธิภาพต้องจัดการ Export และ Import เป็นระบบเดียวกัน ตั้งแต่ตรวจสินค้า HS/Commodity Code, Commercial Invoice, Export Declaration และใบอนุญาตจากไทย ไปจนถึง Importer, GB EORI, VAT, Duty, Customs Declaration และ Final Delivery ฝั่ง UK

สำหรับงานเร่งด่วนหรือมูลค่าสูง Air Freight มักเหมาะกว่า ส่วนสินค้า Heavy, Bulky หรือ Volume สูงควรเปรียบเทียบ Sea Freight จาก Total Landed Cost

หากต้องการประเมิน Shipment ให้เตรียม ชื่อสินค้า HS Code จำนวนกล่อง น้ำหนัก ขนาด มูลค่า Incoterm และ UK Postcode แล้วส่งให้ SCIC Group ตรวจสอบก่อน Booking เพื่อเลือก Logistics Structure ที่เหมาะกับงานจริง

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการส่งออกสินค้าไปอังกฤษ

1. ส่งออกสินค้าไปอังกฤษต้องใช้เอกสารอะไร?

ตอบ: โดยทั่วไปต้องเตรียม Commercial Invoice, ข้อมูลสำหรับ Export Declaration, รายละเอียดสินค้าและ Commodity/HS Code รวมถึง Packing Information สำหรับ Cargo หลายกล่องหรือพาเลท หากเป็นสินค้าควบคุมอาจต้องมี Export Licence, Certificate หรือเอกสารเพิ่มเติมทั้งฝั่งไทยและ UK

2. ส่งสินค้าไปขายในอังกฤษต้องมี EORI ไหม?

ตอบ: สำหรับการนำเข้าสินค้าเชิงพาณิชย์เข้า England, Scotland หรือ Wales ธุรกิจผู้นำเข้าต้องตรวจเรื่อง GB EORI ก่อนทำพิธีการ Customs หากสินค้าเข้า Northern Ireland อาจต้องใช้ระบบและ EORI ที่แตกต่าง จึงควรกำหนด Importer ก่อน Shipment ออกจากไทย

3. สินค้ามูลค่าไม่เกิน £135 ส่งไปอังกฤษไม่เสียภาษีจริงไหม?

ตอบ: ไม่ควรเรียกว่าปลอดภาษีทั้งหมด ภายใต้กฎปัจจุบัน non-excise goods ไม่เกิน £135 โดยทั่วไปไม่มี Customs Duty แต่ VAT ยังเกี่ยวข้อง และสำหรับการขายตรงจากผู้ขายต่างประเทศให้ผู้บริโภค UK ผู้ขายโดยทั่วไปต้องจัดการ VAT ณ Point of Sale ตามกฎที่เกี่ยวข้อง

4. ส่งออกสินค้าไปอังกฤษควรใช้ Air Freight หรือ Sea Freight?

ตอบ: Air Freight เหมาะกับสินค้าเร่งด่วน มูลค่าสูง หรือสินค้า Critical ส่วน Sea Freight เหมาะกับของหนัก หลายพาเลท หลาย CBM และสินค้า Oversized ที่สามารถวางแผน Lead Time ได้ ควรเปรียบเทียบจาก Total Landed Cost มากกว่า Freight Rate อย่างเดียว

5. ต้องเตรียมข้อมูลอะไรเพื่อขอราคาส่งออกสินค้าไปอังกฤษ?

ตอบ: ควรเตรียมชื่อสินค้า HS/Commodity Code หากมี จำนวนกล่องหรือพาเลท น้ำหนัก ขนาด มูลค่า Country of Origin, Incoterm, UK Postcode และ Required Delivery Date พร้อมแจ้งว่าเป็น Battery, Liquid, Chemical หรือ Dangerous Goods หรือไม่

SCIC ไม่ใช่แค่ขนส่ง แต่คือพาร์ทเนอร์ที่ช่วยคุณทำการตลาดในอินเดียและทั่วโลก

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้ที่จำเป็น

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า
Scroll to Top