ขั้นตอนการนำเข้าสินค้าจากจีน มีดังนี้:
- เลือกสินค้าที่ต้องการนำเข้า และค้นหาแหล่งขายหรือโรงงานในจีน (เช่น 1688, Taobao, Alibaba)
- ตรวจสอบรายละเอียดสินค้า เปรียบเทียบราคา และพูดคุยตกลงกับผู้ขาย
- เลือกวิธีการขนส่ง เช่น ขนส่งทางรถ ทางเรือ หรือทางอากาศ
- ติดต่อบริษัทรับนำเข้าสินค้าจากจีน (Shipping/ชิปปิ้งจีน) เพื่อดำเนินการขนส่งและเคลียร์ภาษีศุลกากร
- ชำระเงินค่าสินค้าและค่าขนส่ง
- รอรับสินค้าถึงปลายทางในประเทศไทย
การรับนำเข้าของจากจีน คือ
การนำเข้าสินค้าจากจีนเป็นบริการที่ได้รับความนิยมในไทย โดยมีบริษัทหรือผู้ให้บริการรับนำเข้าสินค้าจากจีนมาไทยแบบครบวงจร ตั้งแต่การสั่งซื้อ ติดต่อโรงงานจีน ขนส่ง เคลียร์ภาษีศุลกากร ไปจนถึงส่งถึงหน้าบ้านผู้ที่สนใจสามารถเลือกใช้บริการเหล่านี้เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และลดความเสี่ยงในการนำเข้าเอง
นำเข้าสินค้าจากจีนต้องทำไง
ขั้นตอนการนำเข้าสินค้าจากจีน มีดังนี้:
- เลือกสินค้าที่ต้องการนำเข้า และค้นหาแหล่งขายหรือโรงงานในจีน (เช่น 1688, Taobao, Alibaba)
- ตรวจสอบรายละเอียดสินค้า เปรียบเทียบราคา และพูดคุยตกลงกับผู้ขาย
- เลือกวิธีการขนส่ง เช่น ขนส่งทางรถ ทางเรือ หรือทางอากาศ
- ติดต่อบริษัทรับนำเข้าสินค้าจากจีน (Shipping/ชิปปิ้งจีน) เพื่อดำเนินการขนส่งและเคลียร์ภาษีศุลกากร
- ชำระเงินค่าสินค้าและค่าขนส่ง
- รอรับสินค้าถึงปลายทางในประเทศไทย
ค่านําเข้าสินค้าจากจีนมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่
ค่าใช้จ่ายในการนำเข้าสินค้าจากจีนจะแตกต่างกันไปตามประเภทสินค้า น้ำหนัก ปริมาณ วิธีขนส่ง และบริษัทที่ใช้บริการ โดยทั่วไปมีค่าใช้จ่ายหลักๆ ดังนี้:
- ค่าสินค้า (ตามที่ตกลงกับผู้ขาย)
- ค่าขนส่งจากจีนมาไทย (คิดตามน้ำหนักหรือปริมาตร)
- ค่าภาษีนำเข้า (ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า)
- ค่าดำเนินการเอกสารและเคลียร์ศุลกากร
- ค่าบริการเสริมอื่นๆ (เช่น ค่าบริการชิปปิ้ง, ค่าขนส่งในประเทศ, ค่าประกันสินค้า)
ค่านําเข้าสินค้าจากจีนมีอะไรบ้าง
สรุปค่าใช้จ่ายหลักที่ต้องเตรียมสำหรับการนำเข้าสินค้าจากจีน:
- ค่าสินค้า (ราคาสินค้าที่ซื้อจากจีน)
- ค่าขนส่งระหว่างประเทศ (จีน-ไทย)
- ค่าขนส่งในประเทศ (จากโกดังถึงบ้าน/ร้าน)
- ค่าภาษีนำเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
- ค่าดำเนินการศุลกากร (เคลียร์สินค้า)
- ค่าบริการชิปปิ้ง/นายหน้าขนส่ง
- ค่าบริการพิเศษ เช่น ค่าประกันสินค้า, ค่าบรรจุภัณฑ์พิเศษ
แต่ละบริษัทอาจมีการคิดค่าบริการแตกต่างกัน ควรสอบถามรายละเอียดและเปรียบเทียบราคาก่อนตัดสินใจนำเข้า
นำเข้าสินค้าจากจีนมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง
การนำเข้าสินค้าจากจีนมีค่าใช้จ่ายหลักที่ควรคำนึงถึงดังนี้
- ค่าสินค้า
- เป็นราคาสินค้าที่ตกลงกับผู้ขายในจีนโดยตรง
- ค่าขนส่งจากจีนมาไทย
- อัตราค่าขนส่งขึ้นอยู่กับน้ำหนัก ปริมาณ วิธีขนส่ง (ทางเรือหรือทางอากาศ) และบริษัทที่เลือกใช้บริการ
- ค่าภาษีนำเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
- ต้องชำระภาษีนำเข้าและ VAT ตามที่ศุลกากรกำหนด ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและมูลค่าของสินค้า
- ค่าธรรมเนียมและค่าดำเนินการอื่นๆ
- อาจมีค่าธรรมเนียมการนำเข้า ค่าผ่านพิธีการศุลกากร หรือค่าดำเนินการของบริษัทตัวแทนที่ช่วยนำเข้าสินค้า
- ค่าบริการฝากซื้อหรือตัวแทนจัดซื้อ
- หากใช้บริการฝากซื้อหรือบริษัทตัวแทนในการสั่งซื้อ อาจต้องเสียค่าบริการเพิ่มเติม
- ค่าขนส่งภายในประเทศ (ไทย)
- หลังจากสินค้ามาถึงไทยแล้ว อาจมีค่าขนส่งจากท่าเรือหรือสนามบินไปยังปลายทางที่ต้องการ1
- ค่าใช้จ่ายอื่นๆ
- เช่น ค่าคลังสินค้า ค่าประกันภัยสินค้า หรือค่าบริการเสริมอื่นๆ ขึ้นอยู่กับข้อตกลงและบริการที่เลือกใช้
โดยสรุป ค่าใช้จ่ายในการนำเข้าสินค้าจากจีนจะประกอบด้วยค่าสินค้า ค่าขนส่ง ภาษีและค่าธรรมเนียมต่างๆ รวมถึงค่าใช้จ่ายบริการเสริมตามความจำเป็น
ค่าขนส่งจีนไทย
ค่าขนส่งสินค้าจากจีนมาไทยมีหลายรูปแบบและขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักดังนี้
รูปแบบการขนส่ง
- ขนส่งทางเรือ (Sea Freight): เหมาะสำหรับสินค้าที่มีปริมาณมากและไม่เร่งด่วน ราคาถูกกว่าทางอากาศ โดยทั่วไปจะคิดค่าขนส่งตามน้ำหนักหรือปริมาตรสินค้า เช่น 20-50 บาทต่อกิโลกรัมสำหรับสินค้าทั่วไป (ราคาอาจเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลาและผู้ให้บริการ)
- ขนส่งทางอากาศ (Air Freight): เหมาะสำหรับสินค้าที่ต้องการความรวดเร็ว ราคาสูงกว่าทางเรือมาก โดยปกติจะอยู่ที่ประมาณ 100-300 บาทต่อกิโลกรัม ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและสายการบิน
- ขนส่งแบบรถบรรทุก (Land Freight): มีให้บริการบางเส้นทาง เช่น จีน-ลาว-ไทย ราคาจะอยู่ระหว่างทางเรือและทางอากาศ
ปัจจัยที่มีผลต่อค่าขนส่ง
- น้ำหนักหรือปริมาตรของสินค้า (คิดตามน้ำหนักจริงหรือปริมาตรที่มากกว่า)
- ประเภทสินค้า (สินค้าบางชนิดมีค่าขนส่งสูงกว่าปกติ เช่น สินค้าอันตราย)
- จุดรับสินค้าในจีนและจุดส่งสินค้าในไทย
- ผู้ให้บริการขนส่ง (แต่ละบริษัทอาจมีราคาและโปรโมชั่นแตกต่างกัน)
ค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้อง
- ค่าขนส่งภายในประเทศจีน (จากโรงงานไปโกดังขนส่ง)
- ค่าดำเนินการศุลกากร ค่าภาษี และค่าธรรมเนียมอื่นๆ
คํานวณค่าขนส่งจากจีน
การคำนวณค่าขนส่งสินค้าจากจีนมาไทยสามารถทำได้โดยพิจารณาจากปัจจัยหลักดังนี้
- เลือกวิธีการขนส่ง
- ทางเรือ (Sea Freight): เหมาะกับสินค้าปริมาณมาก ราคาถูก
- ทางอากาศ (Air Freight): เหมาะกับสินค้าด่วน ราคาสูงกว่า
- ทางรถ (Land Freight): มีบริการในบางเส้นทาง
- คำนวณน้ำหนักหรือปริมาตรสินค้า
- บริษัทขนส่งจะคิดค่าขนส่งตาม “น้ำหนักจริง” (กิโลกรัม) หรือ “น้ำหนักปริมาตร” (Volumetric Weight) แล้วแต่ค่าใดสูงกว่า
สูตรน้ำหนักปริมาตร (Volumetric Weight) ที่นิยมใช้:
น้ำหนักปริมาตร (กก.)=ความยาว (ซม.)×ความกว้าง (ซม.)×ความสูง (ซม.)6000
น้ำหนักปริมาตร (กก.)=
6000
ความยาว (ซม.)×ความกว้าง (ซม.)×ความสูง (ซม.)
- คูณกับอัตราค่าขนส่ง
- ตัวอย่างเช่น ค่าขนส่งทางเรือ 30 บาท/กก.
- หากน้ำหนักจริง 100 กก. และน้ำหนักปริมาตร 80 กก. จะคิดตามน้ำหนักจริงคือ 100 กก.
ค่าขนส่ง=น้ำหนักที่ใช้คิด (กก.)×อัตราค่าขนส่ง (บาท/กก.)
ค่าขนส่ง=น้ำหนักที่ใช้คิด (กก.)×อัตราค่าขนส่ง (บาท/กก.)
เช่น 100 กก. x 30 บาท/กก. = 3,000 บาท
- รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ (ถ้ามี)
- ค่าขนส่งภายในจีน
- ค่าขนส่งในไทย
- ค่าดำเนินการศุลกากร ค่าภาษี ฯลฯ
สรุปขั้นตอนการคำนวณ
- เลือกประเภทการขนส่ง
- คำนวณน้ำหนักจริงและน้ำหนักปริมาตร
- เลือกค่าสูงสุดระหว่างน้ำหนักจริงกับน้ำหนักปริมาตร
- คูณกับอัตราค่าขนส่งที่บริษัทกำหนด
- บวกค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
หมายเหตุ: อัตราค่าขนส่งแต่ละบริษัทและแต่ละช่วงเวลาอาจแตกต่างกัน ควรสอบถามราคาจริงก่อนทุกครั้ง
ค่าขนส่งจากจีนมาไทยคิดอย่างไร
ค่าขนส่งจากจีนมาไทยจะคิดตามน้ำหนักหรือปริมาตรของสินค้า โดยใช้ค่าใดค่าหนึ่งที่มากกว่าเป็นเกณฑ์หลักในการคิดราคา
สูตรคำนวณน้ำหนักปริมาตร (Volumetric Weight) ที่ใช้ทั่วไปคือ
น้ำหนักปริมาตร (กก.)=ความยาว (ซม.)×ความกว้าง (ซม.)×ความสูง (ซม.)6000
น้ำหนักปริมาตร (กก.)=
6000
ความยาว (ซม.)×ความกว้าง (ซม.)×ความสูง (ซม.)
จากนั้นนำค่าที่ได้มาเปรียบเทียบกับน้ำหนักจริงของสินค้า เลือกค่าที่สูงกว่าไปคูณกับอัตราค่าขนส่งที่บริษัทกำหนด1
นอกจากนี้ ค่าขนส่งยังขึ้นอยู่กับวิธีการขนส่ง เช่น ทางเรือหรือทางอากาศ และบริษัทที่ให้บริการ ซึ่งแต่ละแบบจะมีอัตราค่าขนส่งแตกต่างกัน
สรุปคือ
- คิดค่าขนส่งตามน้ำหนักจริงหรือปริมาตร (น้ำหนักปริมาตร)
- เลือกค่าที่สูงกว่าเป็นเกณฑ์
- คูณด้วยอัตราค่าขนส่งของแต่ละวิธีและผู้ให้บริการ
ซึ่งวิธีนี้ช่วยให้การคิดค่าขนส่งเป็นธรรมและเหมาะสมกับลักษณะสินค้าที่นำเข้า
ส่งของจากจีนมาไทยยังไง
การส่งของจากจีนมาไทยสามารถทำได้ตามขั้นตอนหลักดังนี้
- เลือกสินค้าและติดต่อผู้ขายในจีน
เริ่มจากการเลือกสินค้าที่ต้องการสั่งซื้อและติดต่อโรงงานหรือผู้ขายในจีนเพื่อเจรจาราคาและเงื่อนไขการสั่งซื้อ - เลือกวิธีการขนส่ง
มีตัวเลือกหลักคือ- ขนส่งทางเรือ เหมาะสำหรับสินค้าปริมาณมาก ราคาถูกแต่ใช้เวลานาน
- ขนส่งทางอากาศ เหมาะสำหรับสินค้าด่วน ราคาสูงกว่าแต่รวดเร็ว
- ขนส่งทางรถบรรทุก (ในบางเส้นทาง)
- ดำเนินการจัดส่ง
ใช้บริการบริษัทขนส่งหรือบริษัทตัวแทนนำเข้าสินค้าที่ช่วยจัดการเรื่องขนส่งจากจีนมายังไทย รวมถึงการเคลียร์พิธีการศุลกากร - ชำระภาษีและค่าธรรมเนียม
เมื่อนำเข้าสินค้าเข้ามาในไทย ต้องชำระภาษีนำเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม รวมถึงค่าธรรมเนียมต่างๆ ตามที่กฎหมายกำหนด - รับสินค้าและจัดส่งถึงปลายทาง
หลังผ่านพิธีการศุลกากร สินค้าจะถูกส่งต่อไปยังปลายทางที่ต้องการในไทย เช่น คลังสินค้า ร้านค้า หรือที่อยู่ลูกค้า
โดยทั่วไปมีบริษัทรับนำเข้าสินค้าจากจีนแบบครบวงจรที่ช่วยดูแลตั้งแต่การสั่งซื้อจนถึงส่งถึงหน้าบ้านผู้รับ ช่วยลดความยุ่งยากในการนำเข้าสินค้า
สูตรคํานวณค่าขนส่งมีอะไรบ้าง
สูตรคำนวณค่าขนส่งสินค้าจากจีนมีหลักการดังนี้
- คำนวณน้ำหนักปริมาตร (Volumetric Weight)
น้ำหนักปริมาตร (กก.)=ความยาว (ซม.)×ความกว้าง (ซม.)×ความสูง (ซม.)6000
น้ำหนักปริมาตร (กก.)=
6000
ความยาว (ซม.)×ความกว้าง (ซม.)×ความสูง (ซม.)
- เปรียบเทียบน้ำหนักจริงกับน้ำหนักปริมาตร
- เลือกน้ำหนักที่มากกว่าระหว่างน้ำหนักจริงและน้ำหนักปริมาตร เพื่อใช้ในการคิดค่าขนส่ง
- คำนวณค่าขนส่ง
ค่าขนส่ง (บาท)=น้ำหนักที่ใช้คิด (กก.)×อัตราค่าขนส่ง (บาท/กก.)
ค่าขนส่ง (บาท)=น้ำหนักที่ใช้คิด (กก.)×อัตราค่าขนส่ง (บาท/กก.)
- รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ
- ค่าภาษีนำเข้า
- ค่าดำเนินการเอกสารและเคลียร์ศุลกากร
- ค่าขนส่งภายในประเทศจีนและไทย
โดยสรุป ค่าขนส่งจะคิดตามน้ำหนักจริงหรือน้ำหนักปริมาตรที่มากกว่า คูณกับอัตราค่าขนส่งของผู้ให้บริการ และบวกค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
วิธีคํานวณคิวขนส่งคืออะไร
วิธีคำนวณคิวขนส่ง (หรือที่เรียกว่าคิวบิกเมตร, CBM) คือการคำนวณปริมาตรของสินค้าที่ใช้ในการประเมินค่าขนส่ง โดยเฉพาะสินค้าที่มีขนาดใหญ่แต่มีน้ำหนักเบา ซึ่งสูตรคำนวณคิวขนส่งคือ
คิวขนส่ง (CBM)=ความยาว (ซม.)×ความกว้าง (ซม.)×ความสูง (ซม.)1,000,000
คิวขนส่ง (CBM)=
1,000,000
ความยาว (ซม.)×ความกว้าง (ซม.)×ความสูง (ซม.)
โดยผลลัพธ์จะได้เป็นหน่วยลูกบาศก์เมตร (ลูกบาศก์เมตร = ลูกบาศก์เซนติเมตร ÷ 1,000,000)
ตัวอย่างเช่น
สินค้ามีขนาด 100 ซม. x 50 ซม. x 40 ซม.
คิวขนส่ง = (100 x 50 x 40) ÷ 1,000,000 = 0.2 ลูกบาศก์เมตร
ค่าขนส่งจะนำคิวขนส่งนี้ไปคูณกับอัตราค่าขนส่งต่อลูกบาศก์เมตรที่บริษัทขนส่งกำหนด เพื่อประเมินราคาค่าขนส่งที่เหมาะสม
วิธีนี้ช่วยให้การคิดค่าขนส่งเป็นธรรมกับสินค้าที่มีขนาดใหญ่แต่มีน้ำหนักไม่มาก
ฉันจะคํานวณคิวขนส่งได้อย่างไร
คุณสามารถคำนวณคิวขนส่ง (CBM) ได้ตามขั้นตอนดังนี้
- วัดขนาดสินค้าทั้งสามมิติ
- ความยาว (ซม.)
- ความกว้าง (ซม.)
- ความสูง (ซม.)
- ใช้สูตรคำนวณคิวขนส่ง
คิวขนส่ง (CBM)=ความยาว (ซม.)×ความกว้าง (ซม.)×ความสูง (ซม.)1,000,000
คิวขนส่ง (CBM)=
1,000,000
ความยาว (ซม.)×ความกว้าง (ซม.)×ความสูง (ซม.)
- ตัวอย่างการคำนวณ
ถ้าสินค้ามีขนาด 120 ซม. x 80 ซม. x 50 ซม.
CBM=120×80×501,000,000=0.48 ลูกบาศก์เมตร
CBM=
1,000,000
120×80×50
=0.48 ลูกบาศก์เมตร
- นำค่า CBM ไปใช้
- ใช้คูณกับอัตราค่าขนส่งต่อลูกบาศก์เมตรที่บริษัทขนส่งกำหนด เพื่อคำนวณค่าขนส่ง
ด้วยวิธีนี้ คุณจะได้ปริมาตรสินค้าที่ใช้ประเมินค่าขนส่งอย่างแม่นยำและเหมาะสมกับลักษณะสินค้า.
วิธีคํานวณคิวขนส่งคืออะไร
วิธีคำนวณคิวขนส่ง (CBM หรือ ลูกบาศก์เมตร) คือการหาปริมาตรของสินค้าหรือพัสดุ เพื่อใช้ประเมินค่าขนส่ง โดยเฉพาะสินค้าที่มีขนาดใหญ่แต่มีน้ำหนักเบา สูตรคำนวณคือ
คิวขนส่ง (CBM)=ความยาว (ซม.)×ความกว้าง (ซม.)×ความสูง (ซม.)1,000,000
คิวขนส่ง (CBM)=
1,000,000
ความยาว (ซม.)×ความกว้าง (ซม.)×ความสูง (ซม.)
ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นหน่วยลูกบาศก์เมตร (m³)
ตัวอย่างเช่น หากสินค้ามีขนาด 100 ซม. x 50 ซม. x 40 ซม.
CBM=100×50×401,000,000=0.2 ลูกบาศก์เมตร
CBM=
1,000,000
100×50×40
=0.2 ลูกบาศก์เมตร
ค่าคิวขนส่งนี้จะถูกนำไปคูณกับอัตราค่าขนส่งต่อลูกบาศก์เมตรของบริษัทขนส่ง เพื่อคำนวณค่าขนส่งที่เหมาะสม วิธีนี้ช่วยให้การคิดค่าขนส่งเป็นธรรมกับสินค้าที่มีขนาดใหญ่แต่มีน้ำหนักเบา.
ราคาขนส่งจีนไทย
ราคาค่าขนส่งสินค้าจากจีนมาไทยจะแตกต่างกันตามปัจจัยหลายอย่าง เช่น ประเภทสินค้า น้ำหนัก ปริมาณ วิธีการขนส่ง (ทางเรือหรือทางอากาศ) และบริษัทที่ให้บริการ โดยทั่วไปค่าขนส่งจะคิดตามน้ำหนักจริงหรือน้ำหนักปริมาตรที่มากกว่า
สำหรับบริการขนส่งด่วนทางอากาศ ราคาจะสูงกว่าทางเรือ แต่รวดเร็วกว่า ส่วนทางเรือเหมาะกับสินค้าปริมาณมากและราคาถูกกว่า
นอกจากนี้ บางบริษัทมีบริการเริ่มต้นขนส่งตั้งแต่ 5 กิโลกรัมขึ้นไป และมีบริการคลังสินค้าเพื่อจัดเก็บสินค้าด้วย
เพื่อได้ราคาที่เหมาะสมและบริการครบวงจร ควรติดต่อบริษัทขนส่งหรือบริการฝากซื้อที่มีความน่าเชื่อถือ เช่น SCIC ที่มีบริการจัดส่งแบบ Door-to-Door และดูแลสินค้าตั้งแต่สั่งซื้อจนถึงส่งถึงมือผู้รับ
Shipping นำเข้าสินค้าจากจีน
การนำเข้าสินค้าจากจีนโดยใช้บริการ Shipping มีขั้นตอนและบริการที่ครอบคลุมตั้งแต่การสั่งซื้อจนถึงการส่งสินค้ามาถึงไทยอย่างครบวงจร โดยทั่วไปประกอบด้วย
- การสั่งซื้อและติดต่อโรงงานหรือผู้ขายในจีน
- การจัดการขนส่งสินค้าทางเรือหรือทางอากาศตามความเหมาะสม
- การดำเนินการเคลียร์ภาษีศุลกากรและเอกสารนำเข้า
- การจัดส่งสินค้าถึงหน้าบ้านหรือปลายทางในไทย
บริการ Shipping เหล่านี้ช่วยลดความยุ่งยากและความซับซ้อนในการนำเข้าสินค้า ทำให้ผู้ซื้อสามารถรับสินค้าจากจีนได้สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การขนส่งทางอากาศแม้จะรวดเร็วแต่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าทางเรือ เนื่องจากปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง
ดังนั้น การเลือกวิธี Shipping ควรพิจารณาความเหมาะสมของสินค้า ความเร่งด่วน และต้นทุนในการขนส่งด้วย.
"บริการโลจิสติกส์ นำเข้า และส่งออก แบบครบวงจรเพื่อคุณ"
นำเข้า-ส่งออก สินค้า จีน-ไทย ได้ง่ายๆ











บริการของเรา
SCIC: พันธมิตรด้านโลจิสติกส์ระหว่างประเทศที่คุณไว้วางใจ


