บริการส่งของไปต่างประเทศของ SCIC ครอบคลุมประเทศอะไรบ้าง
บริการส่งของไปต่างประเทศของ SCIC Group ครอบคลุมกว่า 70 ประเทศทั่วโลก
ผ่านสำนักงานในประเทศไทย อินเดีย และจีน รวมถึงพันธมิตรด้านการขนส่งในหลายภูมิภาค ทำให้สามารถส่งของไปยังประเทศต่าง ๆ ได้อย่างครบวงจรและมีประสิทธิภาพ.
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง SCIC มีบริการส่งของไปยังประเทศสำคัญ เช่น อินเดีย ที่มีบริการครบวงจร ทั้งทางอากาศและทางเรือ พร้อมดูแลพิธีการศุลกากรและเอกสารที่เกี่ยวข้องอย่างมืออาชีพ.
สรุปคือ SCIC ให้บริการส่งของไปต่างประเทศครอบคลุมกว่า 70 ประเทศทั่วโลก ตั้งแต่เอเชีย ยุโรป อเมริกา จนถึงออสเตรเลียและตะวันออกกลาง พร้อมบริการครบวงจรตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง
บริการส่งของไปต่างประเทศ ส่งอะไรได้บ้าง
SCIC Group ให้บริการส่งของไปต่างประเทศแบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งการขนส่งพัสดุและคาร์โก้ผ่านทางอากาศและทางเรือ พร้อมบริการ Door-to-Door ส่งถึงมือผู้รับอย่างปลอดภัยและรวดเร็วทั่วโลก
สินค้าที่สามารถส่งได้กับ SCIC ได้แก่
- สินค้าทั่วไป เช่น เสื้อผ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ของใช้ส่วนตัว
- สินค้าอุตสาหกรรมและธุรกิจขนาดใหญ่
- สินค้าออนไลน์สำหรับเจ้าของธุรกิจ e-commerce
- สินค้าคาร์โก้ขนาดใหญ่ที่ต้องการการจัดการพิเศษ
- สินค้าที่ต้องการบริการเสริม เช่น การประกันภัย การบรรจุภัณฑ์ และการจัดการเอกสารศุลกากร
โดย SCIC มีบริการสนับสนุนพิธีการศุลกากรและเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การส่งของเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย
ทำไมต้องเลือกส่งของไปต่างประเทศกับเรา SCIC
ควรเลือกส่งของไปต่างประเทศกับ SCIC Group เพราะ
- บริการครบวงจรและมืออาชีพ
SCIC มีโซลูชั่นการขนส่งและโลจิสติกส์ระหว่างประเทศที่ครอบคลุมทั้งทางอากาศและทางทะเล พร้อมทีมงานมืออาชีพที่ช่วยดูแลตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง เพื่อให้การส่งมอบสินค้าราบรื่นและรวดเร็ว - เสริมศักยภาพธุรกิจ
SCIC ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและลดความยุ่งยากในการนำเข้าส่งออก ด้วยบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจในยุคปัจจุบัน - บริการฝากซื้อสินค้าจากต่างประเทศ
นอกจากการส่งของ SCIC ยังมีบริการฝากซื้อสินค้าแบบมืออาชีพ ช่วยให้ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าจากต่างประเทศได้ง่าย รวดเร็ว และปลอดภัย - ความน่าเชื่อถือและปลอดภัย
SCIC เป็นผู้ให้บริการจัดส่งพัสดุชั้นนำที่มีระบบจัดการและมาตรฐานสูง เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าจะถึงมือผู้รับอย่างปลอดภัย
ส่งของไปต่างประเทศมีขั้นตอนง่ายตามนี้
การส่งของไปต่างประเทศกับ SCIC Group มีขั้นตอนง่ายและครบวงจร ดังนี้
- เตรียมสินค้าและบรรจุภัณฑ์
ตรวจสอบและแพ็คสินค้าตามมาตรฐานที่เหมาะสม เพื่อความปลอดภัยในการขนส่ง - เลือกวิธีการขนส่ง
เลือกว่าจะส่งทางอากาศ ทางเรือ หรือทางรถ ขึ้นอยู่กับความเร่งด่วนและประเภทสินค้าที่ต้องการส่ง - จัดเตรียมเอกสารและพิธีการศุลกากร
SCIC ช่วยดำเนินการจัดเตรียมเอกสารและเคลียร์ศุลกากรทั้งขาออกและขาเข้าให้ครบถ้วน - จัดส่งสินค้า
SCIC มีบริการส่งของด่วนและคาร์โก้ พร้อมบริการ Door-to-Door ส่งถึงผู้รับปลายทางอย่างปลอดภัยและรวดเร็ว
จะส่งของไปต่างประเทศต้องรู้อะไรบ้าง
หากต้องการส่งของไปต่างประเทศ มีสิ่งสำคัญที่ควรรู้และเตรียมตัวดังนี้:
1. ศึกษากฎระเบียบและข้อจำกัดของประเทศปลายทาง
- ตรวจสอบว่าสินค้าที่จะส่งสามารถนำเข้าได้หรือไม่ เพราะแต่ละประเทศมีกฎระเบียบและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน เช่น ห้ามส่งอาหารสด พืช สิ่งมีชีวิต วัตถุอันตราย หรือสินค้าผิดกฎหมาย
- ตรวจสอบข้อกำหนดเกี่ยวกับภาษีนำเข้าและอากรศุลกากร รวมถึงเอกสารที่ต้องใช้ เช่น ใบอนุญาตนำเข้า ใบรับรองคุณภาพ หรือเอกสารเฉพาะสำหรับสินค้าแต่ละประเภท
2. เลือกรูปแบบการส่งที่เหมาะสม
- การส่งทางอากาศ เหมาะกับสินค้าที่ต้องการความรวดเร็ว ใช้เวลาประมาณ 3-5 วัน แต่มีข้อจำกัดเรื่องขนาดและน้ำหนัก และมีค่าใช้จ่ายสูง
- การส่งทางเรือ เหมาะกับสินค้าปริมาณมากหรือขนาดใหญ่ ใช้เวลานานกว่า (ประมาณ 30-60 วัน) แต่ประหยัดค่าใช้จ่าย
- การส่งทางบกหรือไปรษณีย์แบบ SAL เป็นทางเลือกผสมระหว่างทางอากาศและภาคพื้น
3. เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน
- ใบแจ้งรายละเอียดสินค้า (Commercial Invoice) ระบุรายละเอียดสินค้า ราคา และค่าขนส่ง
- ใบขนส่งสินค้า (Bill of Lading) หรือเอกสารการขนส่งอื่น ๆ
- ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า (Certificate of Origin)
- เอกสารเฉพาะอื่น ๆ เช่น MSDS สำหรับสารเคมี หรือเอกสาร อย. สำหรับอาหารและยา
4. แพ็คสินค้าอย่างเหมาะสม
- ใช้วัสดุกันกระแทกและกล่องที่แข็งแรง ขนาดพอดีกับสินค้า
- หลีกเลี่ยงการใช้เทปกาวหรือกาวปิดกล่องที่อาจถูกกีดกันในบางประเทศ
- กรอกใบ CN22 หรือใบแจ้งสินค้าตามความเป็นจริง เพื่อช่วยในการตรวจสอบของศุลกากร
5. กรอกข้อมูลผู้รับให้ครบถ้วนและถูกต้อง
- ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ รหัสไปรษณีย์ และหมายเลขโทรศัพท์ของผู้รับปลายทาง ต้องชัดเจนและถูกต้อง เพื่อป้องกันการส่งผิดที่หรือส่งไม่ถึงมือผู้รับ
6. เลือกบริษัทขนส่งที่น่าเชื่อถือและเหมาะสม
- เปรียบเทียบราคา ระยะเวลาการจัดส่ง และบริการเสริม เช่น การติดตามพัสดุ (Tracking) หรือบริการ Door to Door
- ตรวจสอบว่าบริษัทขนส่งมีประสบการณ์และเชี่ยวชาญในการส่งของไปประเทศปลายทางนั้น ๆ
7. เตรียมรับมือกับภาษีนำเข้าและค่าธรรมเนียม
- ผู้รับปลายทางมักเป็นผู้รับผิดชอบค่าภาษีนำเข้าและค่าธรรมเนียมศุลกากร ดังนั้นควรแจ้งให้ผู้รับทราบล่วงหน้า
- ติดตามสถานะสินค้า
ลูกค้าสามารถติดตามสถานะการจัดส่งได้ตลอดกระบวนการ เพื่อความมั่นใจว่าสินค้าจะถึงมือผู้รับตามกำหนด
ส่งของไปต่างประเทศเสียภาษีอะไรบ้าง
การส่งของไปต่างประเทศต้องเสียภาษีหลัก ๆ ดังนี้
- ภาษีส่งออก (Export Duty)
ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและกฎหมายของประเทศต้นทาง โดยบางสินค้าจะต้องเสียภาษีส่งออกก่อนออกนอกประเทศ. - ภาษีนำเข้า (Import Duty)
เป็นภาษีที่ประเทศปลายทางเรียกเก็บจากสินค้าที่นำเข้า โดยอัตราภาษีขึ้นกับ HS Code ของสินค้าและข้อตกลงทางการค้า เช่น ไทย-อินเดียมีสิทธิพิเศษลดหย่อนภาษีบางรายการภายใต้ AIFTA. - VAT หรือ GST (ภาษีมูลค่าเพิ่ม/ภาษีสินค้าและบริการ)
หลายประเทศจะเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากสินค้านำเข้า เช่น อินเดียเรียกเก็บ GST, ประเทศไทยเรียกเก็บ VAT 7% หากมูลค่าสินค้าเกินเกณฑ์ที่กำหนด. - ค่าธรรมเนียมศุลกากรและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าดำเนินการศุลกากร ค่าธรรมเนียมเอกสาร หรือค่าบริการเสริมอื่น ๆ ขึ้นกับข้อกำหนดของแต่ละประเทศ.
หมายเหตุ:
อัตราภาษีและค่าใช้จ่ายเหล่านี้แตกต่างกันไปตามประเทศปลายทาง ประเภทสินค้า มูลค่าสินค้า และข้อตกลงทางการค้า (เช่น FTA หรือ Incoterms)
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาษีนำเข้าและส่งออก คลิก


