ส่งของไปอินเดีย ราคาคุ้มค่า
"เริ่มต้นที่ 350 บาทต่อกิโลกรัม ขั้นต่ำ 5 กิโลกรัม บริการครบวงจร"
ขนส่งทางเรือเริ่มต้นที่ร้อยกว่าบาทต่อกิโลกรัม (1xx/กิโลกรัม) จากไทยไปอินเดีย และ จากอินเดียมาไทย บริการขนส่งทางเครื่องบินแบบเหมาจ่ายรวมภาษีขาเข้าที่อินเดียเริ่มต้นที่ 350/กิโลกรัม นำเข้าได้ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า อาหารแห้ง อาหารสด ซอสปรุงรส สินค้าความงาม อาหารเสริม เครื่องมือแพทย์ และ อื่นๆ
การส่งสินค้าระหว่างประเทศไทยและอินเดียเป็นอีกหนึ่งความท้าทายของผู้ส่งออกไทย
ทั้งด้านเอกสาร ภาษี และ การเคลียร์สินค้าปลายทาง ล้วนแล้วแต่เป็นอุปสรรคสำหรับผู้ซื้อและผู้ส่งออกไม่น้อย ทำให้ผู้ซื้อในประเทศอินเดียไม่สามารถสั่งซื้อสินค้าของท่านและทำให้โอกาสการซื้อขายต้องตกไป
เรามีความยินดีในการให้บริการการขนส่งสินค้าระหว่างสองประเทศ แบบครบวงจร ส่งสินค้าของท่านไปถึงหน้าประตูบ้านของผู้ซื้อสินค้าในประเทศอินเดีย
อีกทั้งหากท่านต้องการหาสินค้าใดๆ เรามีสำนักงานในประเทศอินเดียเพื่อจัดหาสินค้าตามความต้องการของท่านและจัดส่งสินค้าให้ท่านถึงที่บ้านท่านเช่นกัน
การส่งสินค้าไปอินเดียเป็นเรื่องง่ายกว่าที่คิด!
ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ประกอบการที่ต้องการขยายตลาด หรือบุคคลทั่วไปที่ต้องการส่งของให้ญาติพี่น้องในอินเดีย เรามีบริการขนส่งทั้งทางเรือและทางอากาศ ที่รวดเร็ว สะดวก และคุ้มค่า
บริการขนส่งไปอินเดีย ค่าขนส่งเริ่มต้นเท่าไร?
- 🚢 ขนส่งทางเรือ: เริ่มต้นที่ ร้อยกว่าบาทต่อกิโลกรัม (1xx/กก.) เหมาะสำหรับสินค้าปริมาณมากและต้องการประหยัดต้นทุน
- ✈️ ขนส่งทางอากาศ: เริ่มต้นที่ 350 บาทต่อกิโลกรัม ขั้นต่ำ 5 กิโลกรัม รวมภาษีขาเข้าอินเดีย เหมาะสำหรับสินค้าที่ต้องการความรวดเร็ว
ประเภทสินค้าที่สามารถส่งไปอินเดียได้
✅ เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า
✅ อาหารแห้ง อาหารสด ซอสปรุงรส
✅ สินค้าความงาม อาหารเสริม
✅ เครื่องมือแพทย์ และสินค้าอื่น ๆ
เราให้บริการส่งสินค้าถึงหน้าประตูบ้านลูกค้าในอินเดีย พร้อมเคลียร์ภาษีและพิธีการศุลกากรให้ครบวงจร





🔹 ที่อยู่ต้นทาง (ในไทย)
🔹 ที่อยู่ปลายทางในอินเดีย (พร้อมเบอร์โทร)
🔹 ประเภทสินค้า
🔹 จำนวนสินค้า
🔹 รูปภาพสินค้า
🔹 น้ำหนักสินค้า
🔹 ขนาดสินค้า (กว้าง x ยาว x สูง)
👉 ไม่มีขั้นตอนเอกสารที่ยุ่งยาก เราดูแลให้ทั้งหมด
ทำไมต้องเลือกส่งของไปอินเดียกับเรา?
✅ มีโกดังเก็บสินค้าในอินเดีย – ตั้งอยู่ในเมืองใหญ่ เช่น เดลี มุมไบ บังกาลอร์
✅ รับจดทะเบียนอย. ในอินเดีย – สำหรับสินค้าอาหาร อาหารเสริม และเครื่องสำอาง
✅ มีบริการจัดหาสินค้าในอินเดีย – นำเข้าส่งออกสะดวก
บริการโกดังจัดเก็บสินค้าในอินเดีย
บริการโกดังจัดเก็บสินค้าในหัวเมืองใหญ่ เช่น เดลี มุมไบ บังกาลอร์ และอื่นๆ
มีทั้งโกดังอุณหภูมิปกติ และโกดังควบคุมอุณหภูมิ
รับบริการจดทะเบียน อย. ในประเทศอินเดีย สินค้าประเภทอาหาร อาหารเสริม และเครื่องสำอางค์
รับสั่งซื้อสินค้าในอินเดีย
เรามีบริการจัดหาและสั่งซื้อสินค้าในประเทศอินเดีย พร้อมจัดส่งให้ท่านถึงไทยผ่านการส่งทางเรือ และ เครื่องบิน พร้อมดูแลงานเอกสารต่าง ๆ ที่ต้องใช้ในการขนส่งทำให้ท่านทำงานได้อย่างสะดวก และ รวดเร็ว
เจ้าแรกในไทย ! บริการการตลาดในอินเดีย
บริการทำการตลาดในประเทศอินเดีย
- ทำการตลาดเพื่อหาตัวแทนสินค้าและผู้นำเข้าในประเทศอินเดีย (B2B)
- ทำการตลาดเพื่อขายสินค้าท่านในร้านค้าออนไลน์ในประเทศอินเดีย (B2C) เช่น Amazon.in , Flipkart.com , Bigbasket.com และ อื่น ๆ พร้อมบริการแพ็คสินค้าและจัดส่ง
- รับทำการตลาดแบบออฟไลน์ โดยให้เซลล์วิ่งเข้าขายสินค้าตรงกับค้าส่ง และ ค้าปลีกในประเทศอินเดีย ซึ่งตลาดออฟไลน์นั้นเป็นตลาดที่ใหญ่ถึง 92% ของตลาดทั้งหมดของประเทศอินเดีย
- ทุกบริการของการตลาดเรามีพนักงานที่พูดและพิมพ์ตอบลูกค้าได้หลากหลายภาษาในอินเดีย อีกทั้งเข้าใจวัฒนธรรมการค้าในอินเดียเป็นอย่างดี ช่วยให้ท่านสามารถเข้าถึงผู้ซื้อหลากรูปแบบและปิดยอดขายได้อย่างมั่นใจตั้งแต่ ผู้ส่งออก ผู้นำเข้า กลุ่มค้าส่ง ค้าปลีก ร้านค้าต่าง ๆ และ ผู้บริโภคโดยตรง
- ภาษา วัฒนธรรม ชนชั้น จะไม่ใช่ปัญหาในการขายอีกต่อไป
ขยายธุรกิจสู่ตลาดอินเดียด้วยบริการการตลาดครบวงจร
🚀 บริการทำการตลาดในอินเดีย เพื่อให้คุณเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- 📌 B2B: หาตัวแทนและผู้นำเข้าในอินเดีย
- 🛒 B2C: ขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น Amazon.in, Flipkart.com
- 🏪 ออฟไลน์มาร์เก็ตติ้ง: มีเซลล์ภาคสนามเข้าขายสินค้าตามร้านค้าส่งและปลีก
🔹 ทีมงานที่พูดภาษาท้องถิ่น และเข้าใจวัฒนธรรมอินเดีย ช่วยให้คุณทำธุรกิจได้ง่ายขึ้น
บริการของเรา
SCIC: พันธมิตรด้านโลจิสติกส์ระหว่างประเทศที่คุณไว้วางใจ
กรุณากดติดต่อพนักงาน เพื่อขอใบเสนอราคา
ส่งของไปอินเดีย ส่งสินค้าไปอินเดีย ด้วย SCIC
การส่งของ หรือส่งสินค้าไปอินเดีย ด้วย SCIC (Thailand) Co., Ltd. มีบริการครบวงจรที่ช่วยให้การส่งสินค้าเป็นเรื่องง่ายและสะดวก
เหมาะสำหรับผู้ประกอบการและบุคคลทั่วไป โดยมีรายละเอียดดังนี้
- ค่าบริการเริ่มต้นที่ประมาณ 550 บาทต่อกิโลกรัม โดยมีขั้นต่ำ 30 กิโลกรัม ราคานี้รวมค่าดำเนินการเอกสาร เคลียร์ริ่งสินค้า และค่าขนส่งถึงผู้รับปลายทางทุกเมืองในอินเดีย
- บริการส่งสินค้าทางเรือและทางอากาศ มีประกันการจัดส่ง ไม่ว่าจะเป็นสินค้าชิ้นใหญ่ ชิ้นเล็ก หรือพัสดุ
- มีบริการโกดังเก็บสินค้าในเมืองใหญ่ของอินเดีย เช่น เดลี มุมไบ และบังกาลอร์ ทั้งโกดังอุณหภูมิปกติและควบคุมอุณหภูมิ
- บริการช่วยจดทะเบียน อย. สำหรับสินค้าประเภทอาหาร อาหารเสริม และเครื่องสำอางค์ในอินเดีย
- บริการจัดหาสินค้าในอินเดียและส่งกลับมายังไทย พร้อมดูแลเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขนส่ง
- บริการทำการตลาดในประเทศอินเดีย เพื่อช่วยขยายโอกาสทางธุรกิจ
SCIC ช่วยลดความยุ่งยากเรื่องเอกสารและภาษีศุลกากร
เพราะภาษีการนำเข้าส่งออก สินค้าของอินเดียมีความซับซ้อน ทำให้การส่งสินค้าไปถึงหน้าประตูบ้านผู้รับในอินเดียเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็วด้วย SCIC
ตอบโจทย์ทุกความต้องการสำหรับทุกการขนส่งไปอินเดีย โดย SCIC เพื่อคุณโดยเฉพาะ
SCIC (THAILAND) CO., LTD. ตอบโจทย์ทุกความต้องการสำหรับการขนส่งสินค้าไปอินเดียอย่างครบวงจร โดยเฉพาะสำหรับผู้ประกอบการและบุคคลทั่วไป ด้วยบริการที่ครอบคลุมตั้งแต่การจัดส่งสินค้าทางเรือและทางอากาศ พร้อมประกันการจัดส่ง สินค้าขนาดใหญ่หรือเล็ก รวมถึงพัสดุทั่วไป
นอกจากนี้ SCIC ยังดูแลจัดการเอกสารพิธีการศุลกากรและภาษีอย่างครบถ้วน รวมถึงบริการเคลียร์ริ่งสินค้าและจัดส่งถึงหน้าประตูบ้านผู้รับในทุกเมืองของอินเดีย พร้อมบริการโกดังเก็บสินค้าในเมืองใหญ่ เช่น เดลี มุมไบ และบังกาลอร์ ทั้งโกดังอุณหภูมิปกติและควบคุมอุณหภูมิ
สำหรับสินค้าประเภทอาหาร อาหารเสริม และเครื่องสำอางค์ SCIC ยังมีบริการช่วยจดทะเบียน อย. ในอินเดีย รวมถึงบริการจัดหาสินค้าในอินเดียและส่งกลับมายังไทย พร้อมดูแลเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อให้การขนส่งเป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็ว
SCIC ยังมีบริการทำการตลาดในอินเดีย เพื่อช่วยขยายโอกาสทางธุรกิจให้กับลูกค้าอย่างครบถ้วน
ด้วยบริการครบวงจรนี้ SCIC จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการส่งสินค้าไปอินเดียอย่างมืออาชีพและไร้กังวลเรื่องเอกสารและภาษี
เคล็ดลับการติดฉลาก สำหรับการส่งสินค้าออกไปยังอินเดีย
การติดฉลากสินค้าสำหรับส่งออกไปอินเดียต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบและมาตรฐานของหน่วยงาน Food Safety and Standards Authority of India (FSSAI) รวมถึงข้อกำหนดเฉพาะของสินค้าแต่ละประเภท โดยมีเคล็ดลับสำคัญดังนี้:
1. ปฏิบัติตามกฎระเบียบการติดฉลากของ FSSAI
- ฉลากสินค้าต้องเป็นไปตาม Packaging and Labelling Regulations, 2011 และ Food Import Regulations, 2017 ของอินเดีย
- ต้องระบุข้อมูลสำคัญอย่างครบถ้วน เช่น วันที่ผลิต วันที่บรรจุ วันหมดอายุ แหล่งกำเนิดสินค้า (ต้องไม่ขัดแย้งกันระหว่างบรรจุภัณฑ์และกล่องบรรจุ)
- ข้อมูลทั้งหมดต้องชัดเจนและถูกต้องเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกปฏิเสธสินค้านำเข้า เช่น กรณีที่อินเดียปฏิเสธอินทผลัมอบแห้งจากไทยเนื่องจากข้อมูลวันที่และแหล่งกำเนิดไม่ตรงกัน1
2. ระบุข้อมูลโภชนาการ และส่วนผสมอย่างละเอียด กรณีเป็นอาหาร
- สำหรับอาหารและเครื่องดื่ม ต้องแสดงข้อมูลโภชนาการ เช่น ปริมาณไขมัน น้ำตาล และเกลือ ตามข้อกำหนด Front-of-Package Labeling (FOPL) ที่ FSSAI กำหนด
- ต้องระบุสารเติมแต่งอาหารและปริมาณสูงสุดที่ใช้ได้ เช่น Oligofructose, Plant Stanol Esters, Trehalose ตามกฎระเบียบล่าสุดของ FSSAI
3. ใช้ภาษาอังกฤษ และภาษาอื่นๆ ตามที่กำหนด
- ฉลากต้องใช้ภาษาอังกฤษอย่างน้อย และอาจต้องใช้ภาษาท้องถิ่นเพิ่มเติมตามข้อกำหนดของอินเดีย
- ข้อมูลต้องอ่านง่าย ชัดเจน และไม่ก่อให้เกิดความสับสน
4. ระบุเครื่องหมายรับรอง และโลโก้ที่เกี่ยวข้อง
- สำหรับสินค้าประเภทอาหารออร์แกนิก ต้องติดโลโก้รับรอง “Jaivik Bharat” ซึ่งเป็นเครื่องหมายรับรองคุณภาพอาหารออร์แกนิกของอินเดีย
- โลโก้และเครื่องหมายรับรองต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของ FSSAI และ APEDA เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและความมั่นใจแก่ผู้บริโภค
5. หลีกเลี่ยงข้อมูลขัดแย้งและผิดกฎหมาย
- ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าข้อมูลบนฉลากและบรรจุภัณฑ์สอดคล้องกัน เช่น แหล่งกำเนิดสินค้า วันที่ผลิต และข้อมูลอื่น ๆ
- หลีกเลี่ยงการใช้ข้อความหรือสัญลักษณ์ที่อาจทำให้เข้าใจผิดหรือผิดกฎหมายของอินเดีย
6. ติดฉลากให้เหมาะสมกับประเภทสินค้าที่ส่งออกไปอินเดีย
- สำหรับเครื่องสำอาง ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบเฉพาะของอินเดีย เช่น การระบุส่วนผสม วันหมดอายุ และคำเตือนต่าง ๆ
- สำหรับอาหาร ต้องติดฉลากตามมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยอาหารของอินเดียอย่างเคร่งครัด
การติดฉลากสำหรับส่งออกไปอินเดียควรเน้นความถูกต้องและครบถ้วนของข้อมูลตามกฎระเบียบ FSSAI เช่น วันที่ผลิต แหล่งกำเนิดสินค้า ข้อมูลโภชนาการ และเครื่องหมายรับรอง รวมถึงหลีกเลี่ยงความขัดแย้งของข้อมูลบนบรรจุภัณฑ์ เพื่อป้องกันการถูกปฏิเสธสินค้านำเข้าและสร้างความน่าเชื่อถือในตลาดอินเดีย
สิ่งที่ควรระบุข้อมูล บนฉลากเพื่อหลีกเลี่ยงการปฏิเสธสินค้าที่ส่งออกในอินเดีย
ในการส่งออกสินค้าไปยังอินเดีย การติดฉลากที่ถูกต้องและครบถ้วนเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพื่อหลีกเลี่ยงการปฏิเสธสินค้า เนื่องจากอินเดียมีกระบวนการศุลกากรที่เข้มงวดและกฎระเบียบที่ซับซ้อน
ข้อมูลที่ควรระบุบนฉลากเพื่อหลีกเลี่ยงการปฏิเสธสินค้า มีดังนี้:
1. ข้อมูลทั่วไป และข้อมูลการจัดส่ง
- ข้อมูลผู้ส่งสินค้า (Consignor’s Marks): เครื่องหมายหรือตราของผู้ส่งสินค้า5.
- ประเทศต้นกำเนิด (Country of Origin): ระบุประเทศที่ผลิตสินค้าอย่างชัดเจนและเป็นภาษาอังกฤษ
- น้ำหนักและขนาด: ระบุน้ำหนักเป็นปอนด์และกิโลกรัม และปริมาตร/ขนาดบรรจุภัณฑ์เป็นนิ้วและเซนติเมตร
- ปริมาณและชนิดของบรรจุภัณฑ์: จำนวนบรรจุภัณฑ์และประเภทของบรรจุภัณฑ์ (เช่น กล่อง ลัง)
- เครื่องหมายและตัวเลขบนบรรจุภัณฑ์: ควรมีเครื่องหมายและตัวเลขเฉพาะบนแต่ละบรรจุภัณฑ์
- เครื่องหมายการจัดการ (Handling Marks): สัญลักษณ์สากลมาตรฐานที่บ่งบอกวิธีการจัดการบรรจุภัณฑ์ เช่น “This Side Up”
- ท่าเรือปลายทาง (Port of Entry): ระบุท่าเรือขาเข้า
- ฉลากอันตราย: หากสินค้าเป็นอันตราย ต้องมีฉลากและสัญลักษณ์เตือนที่จำเป็น
- คำอธิบายสินค้าและรหัส HS Code: ต้องมีคำอธิบายสินค้าโดยละเอียดและรหัส Harmonized System (HS Code) ที่ถูกต้อง
- มูลค่ารวมของการจัดส่ง: ระบุมูลค่าของสินค้าทั้งหมด
- เงื่อนไขการขาย (Incoterms): ระบุเงื่อนไขการส่งมอบที่ตกลงกัน
- ข้อมูลผู้ซื้อและผู้ขาย: ชื่อและที่อยู่ของผู้ซื้อและผู้ขาย
2. ข้อมูลเฉพาะสำหรับสินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่ม
สำหรับสินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Food Safety and Standards Authority of India (FSSAI) ควรระบุข้อมูลดังต่อไปนี้:
- วันที่ผลิตและวันที่บรรจุ (Date of Manufacturing and Packaging): ควรระบุให้ชัดเจนและสอดคล้องกัน
- วันหมดอายุ (Expiry Date): ระบุวันหมดอายุของผลิตภัณฑ์
- แหล่งกำเนิดสินค้า: ต้องระบุแหล่งกำเนิดสินค้าให้ชัดเจนและข้อมูลบนบรรจุภัณฑ์ต้องตรงกับข้อมูลในเอกสารอื่น ๆ เช่น กล่องบรรจุ เพื่อหลีกเลี่ยงการปฏิเสธสินค้า
- ข้อมูลโภชนาการ (Nutritional Information): สำหรับอาหารและเครื่องดื่ม ต้องแสดงข้อมูลโภชนาการ เช่น ปริมาณไขมัน น้ำตาล และเกลือ
- สารก่อภูมิแพ้ (Allergens): ต้องแสดงข้อมูลสารก่อภูมิแพ้ในอาหารอย่างชัดเจนและเข้าใจง่าย เช่น ใช้ภาษาธรรมดา หรือระบุแยกออกมาต่างหาก (เช่น “Contains: Milk, Egg, Wheat”) โดยห้ามใช้คำว่า “May contain…” ในตำแหน่งที่กฎหมายกำหนด
- ส่วนผสม (Ingredients): ระบุส่วนผสมทั้งหมดของผลิตภัณฑ์
- สารเติมแต่งอาหาร (Food Additives): หากมีการใช้ ควรระบุให้ถูกต้องตามข้อกำหนด
- เครื่องหมายรับรอง: สำหรับสินค้าออร์แกนิก ควรติดโลโก้รับรอง “Jaivik Bharat”
3. ข้อควรระวังเพิ่มเติม
- ความถูกต้องและสอดคล้องกันของข้อมูล: ข้อมูลบนฉลากต้องถูกต้อง ตรงกับความเป็นจริง และไม่ขัดแย้งกันระหว่างบรรจุภัณฑ์และเอกสารอื่น ๆ เนื่องจากเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้สินค้าถูกปฏิเสธ
- ภาษา: ข้อมูลบนฉลากควรเป็นภาษาอังกฤษที่ชัดเจนและอ่านง่าย
- การลงทะเบียน KYC: ผู้ส่งสินค้าต้องลงทะเบียนกับ Know Your Customer (KYC) เพื่อยืนยันตัวตนและที่อยู่ของผู้รับ


