คำว่า Incoterms ย่อมาจาก International Commercial Terms
เป็นข้อกำหนดมาตรฐานในการส่งมอบสินค้าระหว่างประเทศ โดยกำหนดขอบเขตความรับผิดชอบ ค่าใช้จ่าย และความเสี่ยงระหว่างผู้ขายและผู้ซื้ออย่างชัดเจนตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง Incoterms ถูกกำหนดโดยสภาหอการค้านานาชาติ (International Chamber of Commerce: ICC) และมีการปรับปรุงทุก 10 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการค้าโลก
ธุรกิจแบบไหนต้องทำ Incoterms
คือธุรกิจที่มีการซื้อขายหรือส่งสินค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า-ส่งออกสินค้า หรือมีการขนส่งสินค้าผ่านพรมแดนของประเทศ เช่น
- ธุรกิจนำเข้าและส่งออก (Import/Export Business)
- ธุรกิจอุตสาหกรรมการผลิตหรือผลิตภัณฑ์ที่ต้องขนส่งไปขายต่างประเทศ
- ธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกที่ซื้อสินค้าจากต่างประเทศ
- ธุรกิจโลจิสติกส์และขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ
Incoterms ช่วยกำหนดสิทธิ์ ความรับผิดชอบ ความเสี่ยง และค่าใช้จ่ายระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายในแต่ละขั้นตอนของการขนส่งสินค้า ทำให้เกิดความชัดเจนและลดข้อพิพาทในการทำสัญญาซื้อขายระหว่างประเทศ โดยไม่จำเป็นต้องใช้กับธุรกิจที่ซื้อขายเฉพาะในประเทศเท่านั้น
ตัวอย่างเช่น ในการส่งของจากไทยไปอินเดีย การทำสัญญาใช้ Incoterms จะช่วยให้ทั้งผู้ขายและผู้ซื้อเข้าใจตรงกันเกี่ยวกับการส่งมอบสินค้า การชำระค่าใช้จ่าย และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง
ความแตกต่างระหว่างIncoterms กับ Incoterms 2020
Incoterms คือชุดข้อกำหนดมาตรฐานสากลที่ใช้ในการซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศ กำหนดโดยสภาหอการค้านานาชาติ (ICC) เพื่อระบุความรับผิดชอบ ค่าใช้จ่าย และความเสี่ยงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย
Incoterms 2020 คือเวอร์ชันล่าสุดของ Incoterms ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2020 โดยมีการปรับปรุงเนื้อหาและข้อกำหนดให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของวงการค้าระหว่างประเทศ
ความแตกต่างระหว่าง Incoterms กับ Incoterms 2020
- เวอร์ชัน: Incoterms หมายถึงข้อกำหนดทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้น (เช่น Incoterms 1990, 2000, 2010, 2020) ส่วน Incoterms 2020 คือเวอร์ชันล่าสุดที่ใช้อ้างอิงปัจจุบัน
- ข้อกำหนดและรายละเอียด: Incoterms 2020 มีการปรับปรุงข้อกำหนดบางอย่าง เช่น การเปลี่ยน DAT (Delivered At Terminal) ใน Incoterms 2010 เป็น DPU (Delivered at Place Unloaded) ใน Incoterms 2020 ซึ่งหมายถึงการขนถ่ายสินค้าที่ปลายทางโดยผู้ขาย
- การแบ่งกลุ่มและความรับผิดชอบ: ใน Incoterms 2020 มีการปรับเปลี่ยนความรับผิดชอบเกี่ยวกับความปลอดภัยและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม รวมถึงการกำหนดเงื่อนไขการประกันภัยใน CIP และ CIF ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
- รูปแบบการขนส่ง: Incoterms 2020 ออกแบบมาเพื่อรองรับการขนส่งที่หลากหลายทั้งทางทะเล ทางอากาศ ทางบก และแบบผสมผสาน
แล้ว Incoterms ครอบคลุมอะไรบ้าง
Incoterms ครอบคลุม ขอบเขตความรับผิดชอบ ค่าใช้จ่าย และความเสี่ยง ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายในกระบวนการซื้อขายและขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ โดยกำหนดหน้าที่ของแต่ละฝ่ายอย่างชัดเจนในแต่ละขั้นตอน
หัวข้อสำคัญที่ Incoterms ครอบคลุม
- ภาระผูกพันทั่วไป (General Obligations): หน้าที่หลักของผู้ขายและผู้ซื้อ
- การส่งมอบสินค้า (Delivery): กำหนดจุดหรือสถานที่ที่ผู้ขายต้องส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อ
- การโอนความเสี่ยง (Transfer of Risk): ระบุช่วงเวลาที่ความเสี่ยง (เช่น สินค้าสูญหายหรือเสียหาย) ย้ายจากผู้ขายไปยังผู้ซื้อ
- การขนส่ง (Transport): ใครเป็นผู้รับผิดชอบการขนส่งหลักและค่าใช้จ่าย
- ประกันภัย (Insurance): ใครเป็นผู้รับผิดชอบการซื้อประกันภัยสินค้า
- เอกสารการจัดส่ง/การขนส่ง (Documents): ใครเป็นผู้จัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้า
- การผ่านพิธีการศุลกากร (Customs Clearance): ใครเป็นผู้รับผิดชอบในการส่งออกหรือนำเข้าเคลียร์สินค้า
- การตรวจสอบ/บรรจุภัณฑ์/การทำเครื่องหมาย (Inspection/Packaging/Marking): ใครเป็นผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบสินค้าและการเตรียมบรรจุภัณฑ์
- การปันส่วนต้นทุน (Allocation of Costs): ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ
- ประกาศ (Notice): ข้อกำหนดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การแจ้งเตือนเรื่องการส่งมอบสินค้า
Incoterms 2020 มีทั้งหมด 11 เงื่อนไข โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ เงื่อนไขสำหรับทุกประเภทการขนส่ง (7 เงื่อนไข) และเงื่อนไขสำหรับการขนส่งทางทะเลหรือทางแม่น้ำ (4 เงื่อนไข)
ไม่ครอบคลุมอะไรบ้าง
ไม่ครอบคลุมเรื่องสำคัญหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสัญญาซื้อขายระหว่างประเทศ ดังนี้
- ไม่กำหนดราคาสินค้าหรือวิธีการชำระเงิน: Incoterms ไม่ได้ระบุว่าราคาสินค้าต้องเป็นเท่าใด หรือผู้ซื้อจะต้องชำระเงินด้วยวิธีใด.
- ไม่ควบคุมการโอนความเป็นเจ้าของ (Ownership Transfer): Incoterms ไม่ได้กำหนดว่าเมื่อใดที่ความเป็นเจ้าของสินค้าจะโอนจากผู้ขายไปยังผู้ซื้อ ซึ่งต้องระบุในสัญญาซื้อขายหรือตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง.
- ไม่จัดการกรณีละเมิดสัญญา: หากมีกรณีผิดสัญญา เช่น สินค้าไม่ตรงตามข้อกำหนดหรือไม่ส่งมอบตามเวลา Incoterms ไม่ได้กำหนดวิธีแก้ไขหรือมาตรการลงโทษใด ๆ.
- ไม่ครอบคลุมกฎหมายท้องถิ่น: Incoterms เป็นเพียงข้อตกลงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย แต่ยังต้องปฏิบัติตามกฎหมายท้องถิ่นของแต่ละประเทศที่เกี่ยวข้องด้วย.
- ไม่กำหนดรายละเอียดการขนส่งเฉพาะเจาะจง: Incoterms กำหนดเพียงขอบเขตความรับผิดชอบและค่าใช้จ่าย แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการขนส่ง (เช่น ประเภทยานพาหนะ) หรือเอกสารเฉพาะที่ต้องใช้.
- ไม่ครอบคลุมการจัดการข้อพิพาท: Incoterms ไม่ได้ระบุวิธีแก้ไขข้อพิพาทระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย หากเกิดกรณีพิพาทต้องใช้สัญญาหรือกฎหมายเป็นหลัก.
สรุปว่า Incoterms เป็นเพียงกรอบข้อกำหนดความรับผิดชอบ ค่าใช้จ่าย และความเสี่ยงในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศเท่านั้น ไม่ครอบคลุมเรื่องสำคัญอื่น ๆ ที่ต้องระบุในสัญญาหรือกฎหมายโดยเฉพาะ
Incoterms แบ่งออกเป็น 11 เงื่อนไข
Incoterms 2020 แบ่งออกเป็น 11 เงื่อนไข โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก ดังนี้:
- เงื่อนไขสำหรับทุกประเภทการขนส่ง (Rules for any mode or modes of transport)
- EXW (Ex Works): ผู้ขายส่งมอบสินค้าที่โรงงาน/คลังสินค้า ผู้ซื้อรับผิดชอบทุกอย่างต่อจากนั้น
- FCA (Free Carrier): ผู้ขายส่งมอบสินค้าให้ผู้ขนส่งที่กำหนด
- CPT (Carriage Paid To): ผู้ขายรับผิดชอบค่าขนส่งถึงจุดหมายปลายทางที่ระบุ
- CIP (Carriage and Insurance Paid To): ผู้ขายรับผิดชอบค่าขนส่งและประกันภัยถึงจุดหมายปลายทาง
- DAP (Delivered At Place): ผู้ขายส่งมอบสินค้าถึงสถานที่ปลายทางที่กำหนด (ไม่รวมขนถ่าย)
- DPU (Delivered at Place Unloaded): ผู้ขายส่งมอบสินค้าถึงสถานที่ปลายทางและขนถ่ายสินค้า
- DDP (Delivered Duty Paid): ผู้ขายรับผิดชอบทุกอย่างจนสินค้าถึงมือผู้ซื้อ รวมทั้งภาษีนำเข้า
- เงื่อนไขสำหรับการขนส่งทางทะเลและทางน้ำภายใน (Rules for sea and inland waterway transport)
- FAS (Free Alongside Ship): ผู้ขายส่งมอบสินค้าข้างเรือที่ท่าเรือต้นทาง
- FOB (Free On Board): ผู้ขายส่งมอบสินค้าบนเรือที่ท่าเรือต้นทาง
- CFR (Cost and Freight): ผู้ขายรับผิดชอบค่าขนส่งถึงท่าเรือปลายทาง
- CIF (Cost, Insurance and Freight): ผู้ขายรับผิดชอบค่าขนส่งและประกันภัยถึงท่าเรือปลายทาง
สรุปได้ว่าIncoterms มีประโยชน์อะไรกับผู้นำเข้า – ส่งสินค้า
มีประโยชน์กับผู้ส่งออกและผู้นำเข้า ดังนี้
- สร้างความชัดเจนในความรับผิดชอบ: Incoterms กำหนดให้ผู้ซื้อและผู้ขายเข้าใจตรงกันว่าใครต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ความเสี่ยง และการดำเนินการในแต่ละขั้นตอนของการขนส่งสินค้า เช่น การขนส่ง การเคลียร์ศุลกากร และการประกันภัย
- ลดข้อพิพาท: ช่วยลดความเข้าใจผิดและข้อพิพาทระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย เนื่องจากมีกฎเกณฑ์สากลที่อ้างอิงได้
- วางแผนต้นทุนและความเสี่ยง: ผู้นำเข้าและผู้ส่งออกสามารถวางแผนต้นทุนและความเสี่ยงล่วงหน้าได้อย่างชัดเจน เพราะรู้ว่าใครต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายหรือความเสี่ยงในแต่ละช่วงของกระบวนการขนส่ง
- อำนวยความสะดวกในการทำสัญญา: ทำสัญญาซื้อขายได้ง่ายขึ้น เพราะมีข้อกำหนดกลางที่ทุกฝ่ายเข้าใจร่วมกัน
- ช่วยในการเคลียร์ศุลกากร: กำหนดว่าใครต้องดำเนินการเคลียร์ศุลกากรทั้งขาออกและขาเข้า เช่น ในเงื่อนไข DDP ผู้ขายต้องรับผิดชอบการเคลียร์ศุลกากรถึงปลายทาง ในขณะที่ในเงื่อนไข FOB ผู้ซื้อต้องรับผิดชอบเอง
หากไม่เข้าใจ ปรึกษาใครได้บ้าง
สามารถปรึกษาหรือขอคำแนะนำได้จากหน่วยงานหรือผู้เชี่ยวชาญดังนี้
- บริษัทขนส่งและโลจิสติกส์ เช่น SCIC Group ซึ่งมีบริการให้คำปรึกษาและวางแผนการขนส่งระหว่างประเทศ รวมถึงอธิบายเงื่อนไข Incoterms ให้เข้าใจง่ายและเลือกใช้อย่างเหมาะสมกับธุรกิจ.
- ที่ปรึกษาด้านการค้าระหว่างประเทศ หรือบริษัทที่ปรึกษาด้านการนำเข้า-ส่งออก
- สถาบันการค้าระหว่างประเทศ เช่น สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, หรือสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NIA)
- ตัวแทนศุลกากร (Customs Broker) ที่สามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนการนำเข้า-ส่งออกและเงื่อนไข Incoterms
คู่มือง่ายๆส่งไปต่างประเทศผ่านฉลุย คลิกศึกษาเพิ่มเติม
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม ที่เว็ปไซต์กรมศุลกากร


