รู้จักพิกัดศุลกากร HS Code (Harmonized System Code) คืออะไร? คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับผู้นำเข้า-ส่งออก

HS Code คือ

Key Takeaways (สรุปประเด็นสำคัญ)

  • ภาษาทางการค้าสากล: HS Code คือรหัสตัวเลขสากล (6-10 หลัก) ที่ใช้จำแนกประเภทสินค้าเหมือนกันกว่า 170 ประเทศทั่วโลก
  • แม่นยำทุกการคำนวณ: ใช้สำหรับระบุชนิดสินค้าเพื่อคำนวณภาษีอากร ตรวจสอบสิทธิประโยชน์ และเช็กสินค้าต้องห้าม (Restricted Goods)
  • โครงสร้างรหัส: เลข 6 หลักแรกเป็นมาตรฐานสากล ส่วนหลักที่ 7-10 จะขึ้นอยู่กับข้อกำหนดเฉพาะของแต่ละประเทศ (รวมถึงไทย)
  • ลดความเสี่ยงทางธุรกิจ: การระบุรหัสที่ถูกต้องช่วยป้องกันสินค้าถูกกักที่ด่านศุลกากร และลดความล่าช้าในการเคลียร์ของ
HS Code (Harmonized System Code) คือ ระบบรหัสตัวเลขสากล 6-10 หลัก ที่องค์การศุลกากรโลก (WCO) กำหนดขึ้นเพื่อจำแนกประเภทสินค้าในการนำเข้าและส่งออก ใช้เป็นมาตรฐานในการคำนวณภาษีอากรขาเข้า-ขาออก ตรวจสอบกฎหมายควบคุมสินค้า และจัดทำสถิติการค้าระหว่างประเทศ ช่วยให้การดำเนินพิธีการศุลกากรมีความถูกต้อง รวดเร็ว และลดข้อผิดพลาดด้านภาษี

เจาะลึกโครงสร้างรหัส HS Code

ลำดับหลักของตัวเลข ชื่อเรียกเชิงเทคนิค คำอธิบายความหมาย
2 หลักแรก หมวดหมู่สินค้า (Chapter) ระบุกลุ่มอุตสาหกรรมหรือประเภทสินค้าหลัก
2 หลักถัดมา (หลัก 3-4) ตอน (Heading) ระบุรายละเอียดลักษณะเฉพาะของสินค้าในหมวดนั้น
2 หลักถัดมา (หลัก 5-6) ประเภทย่อย (Sub-heading) มาตรฐานสากลที่ใช้ตรงกันทั่วโลก (WCO Standard)
หลักที่ 7 – 10 รหัสสถิติ / พิกัดย่อยประเทศ รายละเอียดเพิ่มเติมเฉพาะประเทศ (เช่น พิกัดศุลกากรไทย)

ทำไมการเลือก HS Code ที่ถูกต้องจึงสำคัญต่อธุรกิจของคุณ?

ในการขยายธุรกิจไปยังตลาดระดับภูมิภาค เช่น การ ขนส่งสินค้าไปอินเดีย การเข้าใจพิกัดอัตราศุลกากรหรือ HS Code เป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ท่านบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประโยชน์และความสำคัญของระบบพิกัดศุลกากร

  • การคำนวณภาษีอากร (Customs Duty): รหัสที่ต่างกันเพียง 1 หลัก อาจทำให้ท่านต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น หรือเสียสิทธิประโยชน์ทางภาษี (FTA) ไปอย่างน่าเสียดาย
  • ความถูกต้องทางกฎหมาย: ช่วยให้ทราบล่วงหน้าว่าสินค้าเป็น สินค้าต้องกำกัด (ต้องมีใบอนุญาตเฉพาะ) หรือ สินค้าต้องห้าม หรือไม่
  • ความรวดเร็วใน Logistics: การสำแดงรหัสที่ชัดเจนช่วยให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจสอบสินค้าได้ง่าย ลดระยะเวลาในการกักตรวจ

วิธีตรวจสอบ HS Code เบื้องต้นสำหรับผู้ประกอบการ

หากท่านไม่มั่นใจในพิกัดสินค้า สามารถตรวจสอบได้ผ่านช่องทางดังนี้:

  1. เว็บไซต์กรมศุลกากร: ค้นหาผ่านระบบอัตโนมัติด้วยชื่อสินค้า
  2. สายด่วนศุลกากร 1164: เพื่อปรึกษาเจ้าหน้าที่โดยตรง
  3. ตัวอย่างรหัสยอดนิยม:
    • 1006.30: สำหรับข้าวที่สีแล้ว (Semi- or wholly milled rice)
    • 8517.12: สำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Smartphones)

ในการทำธุรกิจนำเข้าและส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ สิ่งหนึ่งที่เป็นเสมือน “พาสปอร์ต” หรือ “บัตรประชาชน” ของสินค้าที่ขาดไม่ได้เลยคือ HS Code หากคุณเป็นมือใหม่ในวงการชิปปิ้ง หรือผู้ประกอบการที่สั่งของจากจีน อินเดีย หรือยุโรป การเข้าใจรหัสเหล่านี้จะช่วยให้คุณประหยัดต้นทุนภาษีและลดความเสี่ยงจากการโดนค่าปรับมหาศาล

บทความนี้ SCIC Group จะพาคุณไปเจาะลึกว่า HS Code คืออะไร ทำไมถึงมีความสำคัญต่อธุรกิจของคุณ และวิธีเช็คพิกัดที่ถูกต้องเพื่อการนำเข้าอย่างเป็นมืออาชีพ

HS Code คืออะไร?

HS Code หรือชื่อเต็มคือ Harmonized System Code (พิกัดอัตราศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์) คือระบบรหัสตัวเลขสากลที่พัฒนาโดย องค์การศุลกากรโลก (World Customs Organization – WCO) เพื่อใช้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลกในการจำแนกประเภทสินค้าที่ซื้อขายกันระหว่างประเทศ

ลองจินตนาการว่าโลกนี้มีสินค้าหลายล้านชนิด และแต่ละประเทศเรียกชื่อสินค้าไม่เหมือนกัน เช่น “เสื้อเชิ้ต” ในภาษาไทย อาจเป็น “Shirt” ในภาษาอังกฤษ หรือชื่ออื่นๆ ในภาษาจีน หากไม่มีรหัสตัวเลขที่เป็นสากล เจ้าหน้าที่ศุลกากรทั่วโลกจะทำงานลำบากมาก ระบบ HS Code จึงถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ทุกคนเข้าใจตรงกันว่า รหัสตัวเลขนี้หมายถึงสินค้าชนิดนี้ มีส่วนประกอบแบบนี้ และจัดอยู่ในหมวดหมู่ใดนั่นเอง

ความสำคัญของ HS Code

เหตุผลที่ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญกับ HS Code ไม่ใช่แค่เรื่องการทำเอกสาร แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ “ผลกำไร” และ “ความราบรื่น” ของธุรกิจ ดังนี้:

1. การกำหนดอัตราภาษีขาเข้า-ขาออก

HS Code คือตัวกำหนดว่าสินค้าของคุณต้องเสียภาษี (Duty Rate) กี่เปอร์เซ็นต์ หากคุณระบุพิกัดผิดเพียงหลักเดียว อาจทำให้คุณต้องจ่ายภาษีแพงกว่าที่ควรจะเป็น หรือหากจ่ายน้อยเกินไปก็เสี่ยงต่อการโดนภาษีย้อนหลัง

2. การใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี (FTA)

หากคุณนำเข้าสินค้าจากจีนหรือประเทศที่มีข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) การมี HS Code ที่ถูกต้องเป็นเงื่อนไขสำคัญในการใช้สิทธิลดภาษีเหลือ 0% (เช่น การใช้ Form E หรือ Form FTA ต่างๆ)

3. การควบคุมสินค้าควบคุม (Restricted Goods)

สินค้าบางชนิดต้องขอใบอนุญาตก่อนนำเข้า เช่น เครื่องสำอาง (อย.), อุปกรณ์สื่อสาร (กสทช.) หรือชิ้นส่วนเครื่องจักร (มอก.) ระบบศุลกากรจะตรวจสอบจาก HS Code ว่าสินค้าชิ้นนั้นติดเงื่อนไขการควบคุมจากหน่วยงานใดหรือไม่

4. การเก็บสถิติค้าระหว่างประเทศ

รัฐบาลจะใช้รหัสเหล่านี้ในการวิเคราะห์ว่า ประเทศมีการนำเข้าหรือส่งออกสินค้าประเภทใดมากที่สุด เพื่อนำไปวางนโยบายเศรษฐกิจของประเทศ

HS Code แต่ละประเทศ เหมือนกันไหม

คำถามที่พบบ่อยคือ “HS Code ทั่วโลกเหมือนกันหรือไม่?” คำตอบคือ “เหมือนกันเพียงบางส่วน” ครับ

โดยปกติแล้ว ระบบสากลที่กำหนดโดย WCO จะมีเลข 6 หลักแรกที่เหมือนกันทั่วโลก ไม่ว่าคุณจะส่งของไปอเมริกา จีน หรือไทย 6 หลักแรกจะระบุประเภทสินค้าชนิดเดียวกันเสมอ

อย่างไรก็ตาม หลักที่ 7 เป็นต้นไป จะมีความแตกต่างกันไปตามข้อตกลงของแต่ละภูมิภาคหรือแต่ละประเทศ:

  • กลุ่มประเทศอาเซียน (ASEAN): ใช้ระบบ AHTN (ASEAN Harmonized Tariff Nomenclature) ซึ่งมีรหัส 8 หลักเหมือนกันใน 10 ประเทศสมาชิก
  • ประเทศไทย: กรมศุลกากรไทยได้เพิ่มรหัสต่อท้ายจนเป็น 11 หลัก เพื่อใช้ในการจำแนกภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และสถิติภายในประเทศอย่างละเอียด

วิธีดู HS Code ทั้ง 11 หลัก แต่ละตัวคืออะไร?

พิกัดศุลกากรของไทยประกอบด้วยตัวเลข 11 หลัก ซึ่งแต่ละตำแหน่งมีความหมายเฉพาะตัว ดังนี้:

  1. 2 หลักแรก (Chapter): หมายถึง “ตอน” เป็นการจัดหมวดหมู่ใหญ่ของสินค้า (มีทั้งหมด 97 ตอน)
  2. หลักที่ 3 และ 4 (Heading): หมายถึง “ประเภท” ซึ่งจะแยกย่อยลงมาจากตอน
  3. หลักที่ 5 และ 6 (Sub-heading): หมายถึง “ประเภทย่อย” ซึ่งเป็นระดับสากล 6 หลักแรกที่ทั่วโลกใช้ตรงกัน
  4. หลักที่ 7 และ 8 (AHTN): หมายถึง รหัสประเภทย่อยตามความตกลงของกลุ่มประเทศอาเซียน
  5. หลักที่ 9 และ 10: เป็นรหัสย่อยที่ไทยกำหนดเพื่อระบุอัตราภาษีหรือสถิติ
  6. หลักที่ 11: รหัสตรวจสอบหรือรหัสย่อยเพิ่มเติมสำหรับภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หรือภาษีสรรพสามิต

[H3] ตัวอย่าง HS Code (11 หลัก)

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ลองมาดูตัวอย่างการจำแนกสินค้าประเภท “หน้ากากอนามัย”

  • ตอน 63: ผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่ทำสำเร็จรูปแล้วอื่นๆ
  • ประเภท 63.07: ของที่ทำสำเร็จรูปอื่นๆ
  • ประเภทย่อย 6307.90: อื่นๆ
  • AHTN 6307.90.40: หน้ากากที่ทำด้วยผ้าไม่ทอ (Non-woven fabric)
  • รหัสย่อยไทย 000/101: (ระบุรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อการจัดเก็บภาษี)

รหัสที่ปรากฏในใบขนสินค้าจะเป็น: 6307.90.40.000 (หรือ 11 หลักตามระบบกรมศุลกากร)

วิธีขอเช็ค HS CODE ของสินค้าทำอย่างไร?

การระบุ HS Code ผิดถือเป็นความรับผิดชอบของผู้นำเข้า (Importer) ดังนั้นก่อนนำเข้าควรเช็คให้มั่นใจด้วยวิธีต่อไปนี้:

1. ค้นหาผ่านเว็บไซต์กรมศุลกากร (Customs Tariff)

คุณสามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ของกรมศุลกากรไทย และพิมพ์คำค้นหาชื่อสินค้าเพื่อดูพิกัดเบื้องต้น แต่วิธีนี้อาจยากสำหรับมือใหม่เพราะภาษีศุลกากรเป็นภาษาที่เฉพาะเจาะจงมาก

2. ขอคำวินิจฉัยพิกัดล่วงหน้า (Pre-ruling)

หากสินค้าของคุณซับซ้อนและมีมูลค่ามหาศาล คุณสามารถทำเรื่องขอให้กรมศุลกากรวินิจฉัยพิกัดให้ล่วงหน้าอย่างเป็นทางการ ซึ่งผลการวินิจฉัยจะผูกพันตามกฎหมาย

3. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือชิปปิ้ง (SCIC Group)

วิธีที่ง่ายและรวดเร็วที่สุดคือการปรึกษา SCIC Group เรามีผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในการนำเข้าสินค้าหลากหลายประเภท เราสามารถช่วยตรวจสอบ HS Code ที่ถูกต้อง แม่นยำ และช่วยคำนวณภาษีนำเข้าให้คุณเสร็จสรรพก่อนเริ่มดำเนินการ

Q&A: รวมข้อสงสัยที่พบบ่อยเกี่ยวกับ HS Code และพิกัดศุลกากร

ในการทำงานจริง ผู้ประกอบการมักเจอสถานการณ์ที่น่าสับสนเกี่ยวกับระบบพิกัดศุลกากร SCIC Group จึงได้รวบรวมคำถามยอดฮิตมาตอบให้ชัดเจนที่นี่ครับ

1. หากระบุ HS Code ผิดในใบขนสินค้า จะมีโทษอย่างไร?

คำตอบ: การระบุพิกัดผิดมีผลกระทบ 2 กรณีหลัก คือ:

  • กรณีชำระภาษีขาด: หากพิกัดที่ถูกต้องมีอัตราภาษีสูงกว่าที่คุณระบุไว้ คุณจะต้องชำระภาษีส่วนต่างเพิ่ม พร้อมเงินเพิ่ม (ดอกเบี้ย) และอาจโดนค่าปรับฐานสำแดงเท็จ ซึ่งมีโทษปรับตั้งแต่ 0.5 ถึง 4 เท่าของอากรที่ขาด

  • กรณีสิทธิประโยชน์: หากพิกัดผิดจะทำให้การใช้สิทธิ FTA (เช่น Form E) เป็นโมฆะทันที ทำให้คุณไม่สามารถลดหย่อนภาษีได้

2. สินค้าหนึ่งชิ้น สามารถมีได้หลาย HS Code หรือไม่?

คำตอบ: ตามหลักการแล้ว สินค้า 1 ชิ้น ต้องมีเพียง 1 พิกัดที่ถูกต้องที่สุดเท่านั้น อย่างไรก็ตาม สินค้าบางชนิดอาจมีความก้ำกึ่ง เช่น “นาฬิกาที่มีฟังก์ชันวัดชีพจร” อาจมองว่าเป็นนาฬิกา (ตอนที่ 91) หรือเครื่องมือแพทย์ (ตอนที่ 90) ซึ่งในจุดนี้ต้องใช้ “หลักเกณฑ์การตีความพิกัดอัตราศุลกากร” (General Rules for the Interpretation – GIR) ในการตัดสินครับ

3. เราสามารถเชื่อใจ HS Code ที่โรงงานจีนให้มาได้ 100% หรือไม่?

คำตอบ: ไม่ควรครับ เพราะโรงงานในจีนจะอ้างอิงตามระบบของจีน (ซึ่งอาจเน้นไปที่รหัสส่งออกของเขา) แต่เมื่อสินค้าเข้ามาในไทย คุณต้องใช้พิกัดตามระบบของกรมศุลกากรไทย (11 หลัก) ซึ่งบางครั้งมีการตีความต่างกัน แนะนำให้ส่งรายละเอียดสินค้าให้ SCIC Group ช่วยรีเช็คก่อนทำการนำเข้าจริงจะปลอดภัยที่สุดครับ

4. HS Code มีการเปลี่ยนแปลงบ่อยแค่ไหน?

คำตอบ: ระบบ HS Code ทั่วโลกจะมีการปรับปรุงใหญ่โดย WCO ในทุกๆ 5-6 ปี (เรียกว่าการปรับรอบ) เพื่อให้ทันต่อเทคโนโลยีและสินค้าใหม่ๆ ของโลก (เช่น โดรน หรือ รถยนต์ไฟฟ้า) ส่วนพิกัดย่อยของไทยอาจมีการปรับเปลี่ยนตามประกาศกระทรวงการคลังเป็นระยะๆ ดังนั้นควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตทุกปีครับ

5. การขอ “คำวินิจฉัยพิกัดล่วงหน้า” ใช้เวลานานเท่าไหร่?

คำตอบ: การยื่นคำร้องต่อกรมศุลกากรโดยตรงมักใช้เวลาประมาณ 30-60 วันทำการ ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของสินค้าและเอกสารประกอบ หากคุณต้องการนำเข้าสินค้าเร่งด่วน การปรึกษาชิปปิ้งที่มีความเชี่ยวชาญจะช่วยให้ประเมินพิกัดได้รวดเร็วกว่าในเบื้องต้นครับ

 

สรุปเนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับ HS Code

การเข้าใจ HS Code ไม่ใช่เรื่องของเจ้าหน้าที่ศุลกากรเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการ “ต้องรู้” เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และกำไรของธุรกิจ

  • HS Code คือรหัสสินค้าสากล ที่ช่วยในการสื่อสารระหว่างประเทศ
  • 6 หลักแรกเหมือนกันทั่วโลก แต่ไทยใช้ระบบ 11 หลักเพื่อความละเอียด
  • ความแม่นยำคือหัวใจสำคัญ หากใส่ผิดอาจโดนปรับหรือเสียสิทธิ FTA
  • SCIC Group พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ ช่วยคุณเช็คพิกัดและจัดการเรื่องนำเข้าให้เป็นเรื่องง่าย

ที่ SCIC Group เรามีระบบจัดการนำเข้าสินค้าจากจีนและทั่วโลกที่ทันสมัย พร้อมทีมงานมืออาชีพที่ช่วยดูแลเรื่องพิกัดศุลกากรให้คุณอย่างถูกต้อง 100% เพื่อให้คุณโฟกัสกับการขายสินค้าได้อย่างเต็มที่

 

 

SCIC ไม่ใช่แค่ขนส่ง แต่คือพาร์ทเนอร์ที่ช่วยคุณทำการตลาดในอินเดียและทั่วโลก

FAQ: รวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ HS Code

คำตอบ:ใช่ครับ รหัส 6 หลักแรกเป็นมาตรฐานสากลที่ใช้เหมือนกันในประเทศสมาชิกองค์การศุลกากรโลก (WCO) กว่า 170 ประเทศทั่วโลกครับ

คำตอบ: อาจส่งผลให้สินค้าถูกกักที่ด่านศุลกากร เสียค่าปรับเนื่องจากการสำแดงเท็จ หรือเสียโอกาสในการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีอากรครับ

 

คำตอบ: สามารถตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์กรมศุลกากร หรือติดต่อสายด่วน 1164 เพื่อข้อมูลที่แม่นยำที่สุดครับ

 

คำตอบ: เป็นเลขพิกัดย่อยและรหัสสถิติที่แต่ละประเทศกำหนดเพิ่มขึ้นมาเอง เพื่อใช้ในการบริหารจัดการข้อมูลภายในประเทศนั้นๆ ครับ

 

คำตอบ: จำเป็นมากครับ เช่น หากคุณจะ ขนส่งสินค้าไปอินเดีย ทางศุลกากรของอินเดียจะใช้ HS Code ในการเรียกเก็บภาษีนำเข้าและตรวจสอบใบอนุญาตให้ตรงกับกฎหมายของเขาครับ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้ที่จำเป็น

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า
Scroll to Top