นำเข้าสินค้าจากจีนต้องทำไง? คู่มือ 2025 สำหรับผู้เริ่มต้น เข้าใจง่าย ทำตามได้ทันที
ในปี 2025 การนำเข้าสินค้าจากจีนยังคงเป็นช่องทางยอดนิยมสำหรับผู้ประกอบการไทย ทั้งแม่ค้าออนไลน์ ผู้เริ่มต้นทำธุรกิจ หรือร้านค้าที่ต้องการลดต้นทุนสินค้า แต่คำถามที่มือใหม่ส่วนใหญ่สงสัยคือ “นำเข้าสินค้าจากจีนต้องทำไง?”
บทความนี้จะอธิบายทุกขั้นตอนแบบละเอียด ตั้งแต่เริ่มต้นค้นหาสินค้า เลือกผู้ขาย ประเมินต้นทุน เคลียร์ศุลกากร ไปจนถึงตัวเลือกขนส่งที่เหมาะสม พร้อมเทคนิคประหยัดต้นทุนในแบบที่มืออาชีพใช้กันจริง
ขั้นตอนพื้นฐาน: นำเข้าสินค้าจากจีนต้องทำไง?
สำหรับมือใหม่ การนำเข้าสินค้าจากจีนนั้นแบ่งออกเป็น 6 ขั้นหลัก ๆ ดังนี้
1) เลือกแพลตฟอร์มสั่งซื้อให้เหมาะกับสินค้า
ก่อนเริ่มนำเข้า คุณต้องรู้ว่าควรสั่งสินค้าจากที่ไหน แพลตฟอร์มหลักมีดังนี้- 1688.com – ราคาถูกที่สุด เหมาะสำหรับสั่งจำนวนเยอะ
- Taobao.com – สินค้าหลากหลาย ราคาปลีก ถูกกว่าไทยมาก
- Tmall.com – แบรนด์แท้ คุณภาพสูง
- Alibaba.com – เหมาะสำหรับโรงงานและสั่งผลิตแบบ OEM/ODM
2) ตรวจสอบร้านค้าเพื่อเลี่ยงโดนโกง
สิ่งสำคัญที่สุดคือ “ร้านน่าเชื่อถือหรือไม่?” เช็กข้อมูลดังนี้- คะแนนร้านค้า (Rating)
- รีวิวลูกค้า (มีรูปจริงหรือไม่)
- ความเก่า-ใหม่ของร้าน
- จำนวนออเดอร์ทั้งหมด
3) คำนวณต้นทุนทั้งหมดให้ครบทุกค่าใช้จ่าย
มือใหม่มักคำนวณเฉพาะ “ราคาสินค้า” แต่ความจริงแล้วต้นทุนประกอบด้วยหลายส่วน เช่น:- ราคาสินค้า (RMB → THB)
- ค่าขนส่งจีน → ไทย
- ค่าบริการเคลียร์ศุลกากร
- ค่าภาษีนำเข้า / VAT 7%
- ค่าขนส่งภายในประเทศ
4) เลือกวิธีขนส่งที่เหมาะกับความต้องการ
ขนส่งจีน–ไทยหลัก ๆ มี 3 แบบ 1. ขนส่งทางรถ (Truck)- ระยะเวลา 5–10 วัน
- เหมาะกับสินค้าทั่วไป ราคาไม่แพง
- ระยะเวลา 7–15 วัน
- เหมาะสำหรับสินค้าหนักหรือจำนวนมาก
- ระยะเวลา 3–7 วัน
- เหมาะกับของเร่งด่วนหรือสินค้ามูลค่าสูง
5) การเคลียร์ศุลกากรไทย (ขั้นตอนที่มือใหม่มักกลัวที่สุด)
จริง ๆ แล้วการเคลียร์ศุลกากรไม่ยาก ถ้าคุณเตรียมเอกสารครบ ได้แก่:- ใบสั่งซื้อ / ใบเสร็จ (Invoice)
- รายละเอียดสินค้า
- Tracking หรือใบตราส่งสินค้า
- ใบอนุญาตนำเข้า (เฉพาะสินค้าควบคุม)
| สถานะ | ระยะเวลา | หมายเหตุ |
| เอกสารครบ | 1–3 วัน | ผ่านเร็วมาก |
| ขอเอกสารเพิ่ม | 3–7 วัน | ต้องส่งหลักฐานเพิ่ม |
| ตรวจสินค้า | 7–14 วัน | ตรวจจริง เปิดกล่อง |
| อายัดสินค้า | 14+ วัน | ผิดกฎหมาย / ไม่ตรงเอกสาร |
6) รับสินค้าในไทยและตรวจสอบความเรียบร้อย
หลังจากผ่านศุลกากร สินค้าจะถูกส่งไปยังโกดังในไทย และจัดส่งให้ลูกค้าต่อ (Kerry / Flash / J&T)ตรวจเช็กเรื่อง:
- จำนวนสินค้า
- ความเสียหาย
- ความตรงปก
- สี / ไซส์ / รุ่นครบถ้วน
วิธีนำเข้าสินค้าจากจีนให้ปลอดภัยและประหยัดสำหรับมือใหม่
1) เลือกผู้ขายที่มีใบรับรองคุณภาพ
ร้านที่มีสัญลักษณ์เหล่านี้จะมีคุณภาพสูงกว่า เช่น:
- Factory Verified
- Trade Assurance
- Top Seller
2) เช็กกฎหมายไทยก่อนสั่งสินค้า
สินค้าเหล่านี้ควบคุมโดยศุลกากรไทย:
- ของกิน / เครื่องสำอาง / ยา → ต้องมีอย.
- เครื่องใช้ไฟฟ้า → มอก.
- ของเล่นเด็ก → มอก.
- สินค้าความปลอดภัย → ใบรับรองเฉพาะ
3) จัดการเอกสารให้ครบ ลดโอกาสติดศุลกากร
เอกสารที่ต้องมี:
- Invoice
- Packing List
- หลักฐานชำระเงิน
- รายละเอียดสินค้า
- ใบอนุญาต (ถ้าต้องใช้)
วิธีเลือกผู้ให้บริการนำเข้าสินค้าจากจีนที่น่าเชื่อถือ
ควรมีบริการครบวงจร (One-Stop Service)
SCIC มีครบ:
- สั่งซื้อ/จ่ายแทน
- นำเข้า
- เคลียร์ศุลกากร
- ขนส่งในไทย
- ขอใบอนุญาตนำเข้า
- จัดการปัญหากับร้านจีน
- คำนวณต้นทุนก่อนสั่งจริง
ผู้ให้บริการที่ครบจะช่วยประหยัดเวลาและลดความผิดพลาด
มีโกดังทั้งจีนและไทย
ทำให้:
- ตรวจสินค้าให้ก่อนส่ง
- ลดปัญหาเสียหาย/ผิดแบบ
- แก้ไขออเดอร์ได้รวดเร็ว
ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง
บริการ SCIC แจ้งราคาเป็นธรรม โปร่งใส ไม่มีบวกเพิ่มทีหลัง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
สั่งของจากจีน ติดศุลกากรกี่วัน?
โดยทั่วไป 3–7 วัน หากเอกสารครบต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง?
Invoice, Packing List, หลักฐานชำระเงิน, ใบอนุญาต (ถ้าจำเป็น)สินค้าอะไรที่ไม่ควรนำเข้า?
ของลอกเลียนแบบ, อาวุธ, สารเคมี, สินค้าผิดกฎหมายนำเข้าสินค้าจากจีนแบบประหยัดทำยังไง?
สั่งล็อตใหญ่, ใช้ขนส่งทางเรือ, เลือกบริการรวมกล่องSCIC.Group – พาร์ทเนอร์นำเข้าสินค้าจากจีนที่มือใหม่ไว้ใจได้
หากคุณไม่แน่ใจว่า “นำเข้าสินค้าจากจีนต้องทำไง?”, ทีมงาน SCIC พร้อมช่วยตั้งแต่ต้นจนรับสินค้าที่บ้าน บริการเด่น:- ค่าขนส่งชัดเจน ไม่มีแอบแฝง
- เคลียร์ศุลกากรให้ครบ
- โกดังทั้งจีน–ไทย
- ตรวจสินค้าให้ก่อนส่งจริง
- อัปเดต Tracking ทุกขั้นตอน
- ให้คำปรึกษาฟรี 24 ชม.


